วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คาด'บจ.'กำไร 8.1แสนล้าน

"เอเซีย พลัส" คาดปี 2557 บริษัทจดทะเบียนทั้งตลาดกำไรรวม 8.1 แสนล้านบาท ต่ำกว่าคาด หลังกลุ่ม"แบงก์-พลังงาน-ปิโตรเคมี" ส่อแววกำไรโตน้อย-ขาดทุน

นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ฝ่ายวิเคราะห์ ประเมินกำไรสุทธิบริษัทจดทะเบียนปี 2557 อยู่ที่ 8.1 แสนล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ เนื่องจากกำไรสุทธิบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 4 ปี 2557 ที่ประกาศออกมา ส่วนมากต่ำกว่างวดเดียวกันปีก่อน

สาเหตุหลักมาจากปัจจัยภายในประเทศที่กดดันภาคธุรกิจ ทั้งนี้ หากจะทำให้กำไรบริษัทเป็นไปตามที่เคยคาดการณ์ กำไรในงวดไตรมาส 4 ปี 2557 ควรจะอยู่ที่ระดับ 1.96 แสนล้านบาท ซึ่งต้องเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาถึง 18.7% โดยงวดไตรมาส 4 ปี 2556 กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 1.65 แสนล้านบาท

หากพิจารณาตัวเลขผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2557 ที่ถูกประกาศออกไปแล้วอย่างกลุ่มธนาคารพาณิชย์ พบว่า งวดไตรมาส 4 ปี 2557 มีกำไรอยู่ที่ 4.93 หมื่นล้านบาท ใกล้เคียงกับประมาณการที่ฝ่ายวิเคราะห์ทำไว้ ส่วนกลุ่มพลังงานที่มีบางบริษัทประกาศตัวเลขออกมาแล้ว เช่น PTTEP, TOP, IRPC, GLOW พบว่ามีผลขาดทุนสุทธิรวม 3.5 หมื่นล้านบาท และคาดว่าเมื่อประกาศครบจะมีผลขาดทุนมากกว่า 6.5 หมื่นล้านบาท

กลุ่มปิโตรเคมี คาดว่า จะประกาศผลประกอบการรวม ที่ขาดทุนในงวดไตรมาส 4 ปี 2557 ทั้งนี้ปกติกำไรของทั้ง 3 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักข้างต้น จะมีสัดส่วนกำไรรวม 55-56% ของกำไรสุทธิรวมทั้งตลาด แต่เมื่อรวมตัวเลขของทั้ง 3 กลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าวมารวมกัน ปรากฏว่า มียอดขาดทุน ในงวดไตรมาส 4 ปี 2557 จึงมีโอกาสสูงมาก ที่กำไรสุทธิโดยภาพรวมของบริษัทจดทะเบียนงวดปี 2557 จะต่ำกว่าที่คาดหมายไว้ข้างต้น

"หมายความว่า ระดับค่าพีอีปัจจุบัน (Current PER) ที่เป็นอยู่ปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์สูงขึ้น ดังนั้นกลยุทธ์ที่เหมาะสมสำหรับการลงทุนช่วงนี้ จึงควรให้น้ำหนักไปที่หุ้นที่จ่ายเงินปันผลสูง (High Dividend Yield)

นักวิเคราะห์ บล.เคเคเทรด กล่าวว่า แนวโน้มกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนงวดไตรมาส 4 ปี 2557 น่าจะดีขึ้น โดยบริษัทที่จะมีกำไรโตโดดเด่น คือ บริษัทแสนสิริ และบริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ซึ่งเป็นไปตามภาวะอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์

"คาดแสนสิริ และแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ที่มีผลประกอบการเด่นจากการดำเนินงานปกติ คาดเห็นการเติบโตทั้งรายไตรมาสและรายปี โดยแลนด์แอนด์เฮ้าส์ มีความเด่นสุดจากการบันทึกกำไรจากการขายกองทุนรีท จากการขาย โครงการ Terminal 21 ซึ่งจะบันทึกกำไร 1.5 พันล้านบาท"
ขณะเดียวกัน คาดว่า บริษัทที่จะให้ผลตอบแทนเด่นจากอัตราผลตอบแทน (Dividend Yield) น่าสนใจ คือ แสนสิริ ซึ่งให้ผลตอบแทน 4.5% และ เอพี (ไทยแลนด์) หรือ AP ที่ให้คาดว่าจะให้ผลตอบแทน 3.5%

จากข้อมูลของ REIC รายงานตัวเลขที่อยู่อาศัยจดทะเบียนของเดือน ธ.ค.ที่จำนวน 1.1 หมื่นหน่วย ลดลง 2% จากเดือนก่อนหน้า แต่หากเทียบกับปีก่อนจำนวนจดทะเบียนที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นถึง 23% จากเดือนเดียวกันปีที่แล้ว เนื่องจากช่วงท้ายของปี 2556 มีประเด็นเรื่องความไม่สงบทางการเมือง ส่งผลต่อยอดขายที่อ่อนตัว โดยในเดือน ธ.ค.2557 ประเภทที่อยู่อาศัยจดทะเบียนที่เติบโตเด่น ยังคงมาจากบ้านเดี่ยว ที่มีจำนวน 3.2 พันหน่วยเพิ่มขึ้น 59% จากเดือนเดียวกันปีทีแล้ว และ 21% จากเดือนที่แล้ว

ขณะที่ทาวน์เฮ้าส์ เพิ่มขึ้น 29% เทียบเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว แต่ลดลง 16% จากเดือนก่อนหน้า ส่วนคอนโดมิเนียม เพิ่มขึ้น 19% เทียบเดือนธ.ค.2556 และทรงตัวเมื่อเทียบกับเดือนพ.ย.2557 สัดส่วนประเภทที่อยู่อาศัยจดทะเบียนของเดือนธ.ค.2557 คอนโดมิเนียมมีสัดส่วนมากสุด 53% เมื่อเทียบกับแนวราบ 28% ยอดที่อยู่อาศัยจดทะเบียนปี 2557 ใกล้เคียงปีก่อน

สำหรับยอดที่อยู่อาศัยจดทะเบียนโดยรวมของปี 2557 อยู่ที่ 1.3 แสนหน่วย ลดลงเพียง 1% จากปีก่อน สินค้าหลักมาจากประเภทคอนโดมิเนียม ในสัดส่วน 58% โดยมีที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวขอจดทะเบียนจำนวน 3.4 หมื่นหน่วย เติบโต 9% บ้านแฝด 2.8 พันล้านหน่วย เพิ่มขึ้น 10% ประเภททาวน์เฮ้าส์ 1.4 หมื่นหน่วย ลดลง 17% คอนโดมิเนียม 7.2 หมื่นหน่วย เพิ่มขึ้น 2%

อย่างไรก็ดี สินค้าคอนโดมิเนียม 7.2 หมื่นหน่วย จะเป็นสินค้าจากบ้านเอื้ออาธร 3.1 หมื่นหน่วย ซึ่งเป็นจำนวนที่ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 60% หากคิดจากตัวเลขที่อยู่อาศัยจดทะเบียนปกติ ที่ไม่ได้มาจากบ้านเอื้ออาธร ยอดจดทะเบียนของประเภทอาคารชุด หรือคอนโดมิเนียมที่เกิดขึ้นมีเพียง 4.1 หมื่นล้านบาท ลดลง 20% จากปีที่แล้ว จะสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการจริงในปี 2557