วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พาณิชย์'เกาะติดค่าเงินหวั่นกระทบส่งออก

“พาณิชย์” เกาะติดสถานการณ์เงินบาท-ค่าเงินคู่แข่ง ดูความได้เปรียบเสียเปรียบการค้า เตรียมประเมินภาพรวมส่งออกหลังสิ้นไตรมาสแรก

เดินหน้ารุกตลาดกลุ่มเศรษฐกิจเติบโต เชื่อสินค้าไทยมาถูกทางหลังเน้นนวัตกรรม ดีไซน์ ด้าน "คลัง" ชี้มาตรการลดดอกเบี้ย กดบาทอ่อน ส่งผลดีผู้ส่งออก แต่กระตุ้นเศรษฐกิจแค่เล็กน้อย

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่าขณะนี้กรมกำลังติดตามสถานการณ์ค่าเงินบาทอย่างต่อเนื่อง โดยจะเน้นติดตามว่ามีแนวโน้มแข็งค่าหรืออ่อนค่า เป็นไปในทิศทางเดียวกับค่าเงินของภูมิภาคหรือประเทศคู่แข่งหรือไม่ เนื่องจากจะมีผลต่อการส่งออก เพราะเงินบาทที่ไทยอาจมองว่าอ่อนค่าแต่เมื่อเทียบในภาพรวมอาจอ่อนค่าไม่เท่ากับคู่แข่ง และในปัจจุบันผู้ประกอบการต้องการให้ค่าเงินไม่ผันผวนมากเกินไป แต่ทั้งนี้แนวทางการจัดการขึ้นกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

“เรื่องค่าเงินต้องดูประเทศอื่นๆ ด้วยว่าเป็นไปในทิศทางเดียวกับไทยหรือไม่ เพราะถ้าค่าเงินอ่อนก็เป็นสิ่งที่ดี ทำงานง่ายขึ้น แต่เมื่อไปเทียบจริงๆแล้วไทยอาจยังอ่อนค่าไม่เท่ากับคู่แข่ง เรื่องนี้ต้องไปถาม ธปท. ว่าจะจัดการอย่างไร แต่ในเบื้องต้นมองว่าค่าเงินอย่าผันผวนมาก”

ส่วนการผลักดันการส่งออกยังคงเดินหน้าทำตลาดใหม่ที่มีทิศทางเศรษฐกิจขยายตัวดี และผลักดันจุดเด่นของสินค้าที่เน้นด้านนวตกรรม การออกแบบ และความยืดหยุ่นในการรับคำสั่งซื้อขนาดเล็กไม่จำเป็นต้องสั่งซื้อจำนวนมากๆ เท่านั้น โดยสินค้าที่ดำเนินการตามแผนนี้แล้วคือ เฟอร์นิเจอร์ ที่จะมีการจัดงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ 2558 (TIFF 2015) 11-15 มี.ค.นี้ ที่เมืองทองธานีเพื่อแสดงศักยภาพ
ให้ผู้ซื้อทั่วโลกได้เห็น

นายจิรวัฒน์ ตั้งกิจงามวงศ์ อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องเรือนไทย กล่าวว่าปีนี้คาดว่าอุตสาหกรรมเครื่องเรือนไทยจะโตประมาณ 5% มูลค่า 1,260 ล้านดอลลาร์ ส่วนปีที่ผ่านมาไม่มีการขยายตัวเนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศผู้นำเข้าซบเซา

แต่ในปีนี้หลายประเทศมีสัญญาณฟื้นตัวของอสังหาริมทรัพย์ ส่วนอาเซียนก็มีแนวโน้มขยายตัวได้ดีตามทิศทางเศรษฐกิจของภูมิภาค ส่วนตลาดที่ยังคงดีต่อเนื่องได้แก่ ดูไบ ที่กำลังมีการก่อสร้างโรงแรมหลายแห่งเพื่อรองรับการจัดงานเวิลด์ เอ็กซ์โป และบางประเทศที่เป็นคู่แข่งก็กลายมาเป็นผู้นำเข้าสินค้าจากไทย เช่น จีน แต่ปัญหาขณะนี้คือค่าเงินที่ผันผวน และความยุ่งยากในการตรวจสอบวัตถุดิบ

สำหรับการประเมินสถานการณ์ส่งออก แหล่งข่าวกล่าวว่ากระทรวงพาณิชย์จะรอให้สิ้นไตรมาส 1 ก่อน แต่เบื้องต้นยังคงตั้งเป้าหมายเติบโต 4% มูลค่า 239,438 ล้านดอลลาร์ โดยต้นเดือนมี.ค.จะประชุมทูตพาณิชย์จากทั่วโลกเพื่อสรุปสถานการณ์

ด้านนายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า แนวทางการปรับลดอัตราดอกเบี้ย หากธปท.จะปรับลด 0.25% หรือ 0.5% ไม่มีผลในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจมากนัก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือผลดีต่อการส่งออก เพราะเมื่อปรับดอกเบี้ยลง ค่าเงินบาทจะอ่อนลง

"ส่วนที่บอกให้ใช้มาตรการการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ว่าตอนนี้หรือตอนไหน ก็ต้องใช้นโยบายการคลังอยู่แล้ว มาตรการที่ใช้ยังไม่หมดเท่านี้ มาตรการการช่วยผู้มีรายได้น้อยก็ยังต้องมีอีก และทยอยออกมาเป็นเรื่องๆ"

โดยแพ็คเกจช่วยแก้ไขปัญหาความยากจน หรือช่วยเหลือผู้รายได้น้อยนั้น จะทยอยเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ได้ออกมาเป็นแพ็คเกจใหญ่ โดยมาตรการในส่วนที่กระทรวงการคลังทำอาจจะเลื่อนการออกมาตรการจากเดิมไปอีก1สัปดาห์ จากเดิมคาดว่าจะออกมาเดือนนี้

ขณะที่การประชุมครม. วานนี้ (18 ก.พ.) กระทรวงการคลังได้รายงานเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณ พร้อมมาตรการเร่งรัด เพื่อดูว่างบปี 2557 และปี 2558 จะทำอย่างไร หมดวันที่เท่าไร เหลือเท่าไร และจะปรับอย่างไร