วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลูกค้าเอสเอ็มอีแบงก์ชะลอลงทุน

“ซูเปอร์บอร์ด” ไม่รับคำร้องเอสเอ็มอีแบงก์ ยันปล่อยกู้ได้ไม่เกิน 15 ล้านบาทเท่านั้น ด้านเอสเอ็มอีแบงก์ เตรียมส่งหนังสือให้ทบทวนอีกครั้ง

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ได้มีหนังสือตอบกลับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) เกี่ยวกับคำร้องขอผ่อนปรนมติคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด ที่กำหนดนโยบายการปล่อยสินเชื่อของเอสเอ็มอีแบงก์ ให้สามารถปล่อยกู้วงเงินต่อรายไม่เกิน 15 ล้านบาท

โดยเอสเอ็มอีแบงก์ได้ขอผ่อนปรนสำหรับลูกค้าใน 2กลุ่ม คือ 1.ลูกค้าที่ยื่นคำร้องขอกู้ก่อนวันที่ 30 ธ.ค. 2557 และกลุ่มลูกค้าเก่า มีภาระผูกพันกับธนาคารแล้ว ได้รับอนุมัติวงเงินกู้เกิน 15 ล้านบาท ซึ่งเป็นลูกค้าชั้นดี มีความจำเป็นต้องเบิกเงินกู้เพิ่มจากวงเงินที่มีอยู่ เพื่อเสริมสภาพคล่อง

ในเรื่องนี้ทางซูเปอร์บอร์ดได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองแผนการแก้ไขปัญหารัฐวิสาหกิจที่มี พล.ท.อนันตพร กาญจนรัตน์ เป็นประธานไปพิจารณา อนุกรรมการฯพิจารณาแล้วเห็นว่า เอสเอ็มอีแบงก์ควรจะดำเนินการปล่อยสินเชื่อตามกรอบและแนวทางที่ซูเปอร์บอร์ดได้เห็นชอบไว้ คือให้สินเชื่อต่อรายในวงเงินไม่เกิน 15 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนลูกค้าชั้นดีที่มีภาระผูกพันกับธนาคารแล้ว ธนาคารสามารถเบิกจ่ายเงินกู้ได้ภายในวงเงินกู้ของสัญญาเงินกู้ที่มีอยู่เดิม

สำหรับการปรับลดเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อใหม่ ซึ่งเอสเอ็มอีแบงก์ได้ขอปรับลดเป้าหมายสินเชื่อจากเดิม 4 หมื่นล้านบาท เป็น 3.2 หมื่นล้านบาท หรือลดลง 20% แต่ยังคงสัดส่วนเป้าหมายสินเชื่อรายย่อยไม่เกิน 15 ล้านบาทไว้ที่ 80% เท่าเดิม ในเรื่องนี้คณะอนุกรรมการฯได้มอบหมายให้สคร.พิจารณาและกำหนดเป็นเกณฑ์ในการประเมินผลการดำเนินงานของธนาคาร

นายสุพจน์ อาวาส กรรมการผู้จัดการเอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยว่า ธนาคารได้รับหนังสือตอบกลับจากทางสคร.แล้ว และธนาคารจะทำหนังสือส่งถึงสคร.และประธานอนุกรรมการกลั่นกรองแผนการแก้ไขปัญหารัฐวิสาหกิจ ของซูเปอร์บอร์ด เพื่อขอให้ทบทวนเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง ล่าสุดมีลูกค้าหลายรายทำหนังสือร้องเรียนมายังธนาคาร โดยธนาคารก็จะสำเนาหนังสือร้องเรียนของลูกค้าส่งให้ทางสคร.พิจารณาด้วย

“ อยากขอร้องให้มีการทบทวนอีกครั้ง เพราะลูกค้าเดือดร้อนมาก เป็นห่วงว่าจะทำให้ธุรกิจของลูกค้าอาจชะงัก นอกจากจะกระทบกับสินเชื่อดีของธนาคารแล้ว ยังกระทบต่อกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพราะไม่ใช่แค่ลูกค้าธนาคารเท่านั้นที่เดือดร้อน หากธุรกิจชะงักก็จะกระทบต่อซัพพลายเชนด้วย ซึ่งลูกค้าในกลุ่มนี้มีจำนวนไม่น้อย”

ทั้งนี้ ลูกค้าเข้าใจว่ารัฐบาลมีนโยบายให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อต่อรายได้ไม่เกิน 15 ล้านบาท แต่ลูกค้าก็เดือดร้อนจริงๆ เช่นในกรณีของบริษัทสุดสาครรุ่งเรืองการเกษตรในจังหวัดสระแก้ว ได้ทำหนังสือร้องเรียนมาเมื่อต้นเดือน ก.พ. ซึ่งบริษัทได้รับอนุมัติเงินกู้ 30 ล้านบาท เมื่อวันที่ 8 ม.ค.2557 เพื่อก่อสร้างฟาร์มเลี้ยงไก่เนื้อประกันราคา ต้องการให้ธนาคารทำสัญญาภายในเดือนก.พ.เพื่อนำเงินไปทำธุรกิจ พร้อมระบุว่าขณะนี้มีผู้ประกอบการหลายรายในจังหวัดสระแก้วที่กำลังประสบปัญหาเดียวกัน โดยยื่นคำร้องขอกู้ตั้งแต่ต้นปี 2557 แต่ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณา แต่ในระหว่างนี้ผู้ประกอบการก็ได้ลงทุนไปแล้ว รายละไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ทำให้โครงการก่อสร้างฟาร์มต้องชะงักลง