วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์วันที่ 9-13 ก.พ.58

เงินบาทอ่อนค่า ขณะที่ ดัชนีหุ้นไทยฟื้นตัวขึ้นในช่วงท้ายสัปดาห์

สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท

- เงินบาทอ่อนค่า เงินบาททยอยอ่อนค่าในช่วงต้น-กลางสัปดาห์สอดคล้องกับสกุลเงินในภูมิภาคท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของจีน และการแก้ปัญหาหนี้ของกรีซ อย่างไรก็ดี เงินบาทลดช่วงติดลบบางส่วนลงในช่วงปลายสัปดาห์ เนื่องจากสัญญาณการประนีประนอมระหว่างกรีซกับกลุ่มเจ้าหนี้ ทำให้ตลาดมีความหวังต่อแนวทางการแก้ปัญหาของกรีซมากขึ้น แม้ว่าจะยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ในขณะนี้ก็ตาม นอกจากนี้ ยอดค้าปลีกเดือนม.ค. ของสหรัฐฯ ที่อ่อนแอกว่าที่คาด ก็เป็นปัจจัยลบของเงินดอลลาร์ฯ ด้วยเช่นกัน

- สำหรับในวันศุกร์ (13 ก.พ.) เงินบาทอยู่ที่ 32.60 เทียบกับระดับ 32.52 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (6 ก.พ.)


สำหรับสัปดาห์ถัดไป (16-20 ก.พ.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 32.50-32.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยอาจต้องจับตาการประกาศตัวเลขจีดีพีประจำไตรมาส 4/57 ของไทย รวมถึงผลการประชุม Eurogroup เพื่อหารือประเด็นหนี้ของกรีซในช่วงต้นสัปดาห์ ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ประกอบด้วย ตัวเลขตลาดที่อยู่อาศัย ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก ผลสำรวจดัชนีกิจกรรมการผลิตของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย และบันทึกการประชุมเฟด

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย 

- ดัชนี SET ขยับขึ้นในช่วงท้ายสัปดาห์ ก่อนจะปิดที่ระดับ 1,615.39 จุด เพิ่มขึ้น 0.11% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 3.13% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 55,320.18 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 795.30 จุด เพิ่มขึ้น 4.14% จากสัปดาห์ก่อน

- ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงในช่วงต้นสัปดาห์ โดยได้รับแรงกดดันจากความกังวลว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในจังหวะที่เร็วขึ้น หลังข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯออกมาแข็งแกร่ง รวมทั้ง ความกังวลเกี่ยวกับกรีซ ก่อนที่ดัชนีจะปรับเพิ่มขึ้นในช่วงกลาง-ปลายสัปดาห์ หลังนักลงทุนคลายความกังวลประเด็นกรีซลงไปบางส่วน กอปรกับการปรับเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันหนุนให้หุ้นพลังงานปรับตัวขึ้น รวมทั้งแรงหนุนจากข่าวดีจากการบรรลุข้อตกลงแนวทางยุติความรุนแรงในภาคตะวันออกของยูเครน


สำหรับสัปดาห์ถัดไป (16-20 ก.พ.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีมีแนวต้านที่ 1,623 และ 1,640 จุด ตามลำดับ ขณะที่แนวรับอยู่ที่ 1,599 และ 1,585 จุด โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม คงได้แก่ ตัวเลขจีดีพีประจำไตรมาส 4/57 ของไทย การรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ข้อมูลภาคการผลิต รวมทั้งการบรรลุข้อตกลงแนวทางยุติความรุนแรงในภาคตะวันออกของยูเครน อย่างไรก็ดี ยังต้องจับตาความคืบหน้าในการเจรจาเกี่ยวกับประเด็นหนี้ของกรีซ รวมทั้ง การเปิดเผยบันทึกการประชุมเฟด ซึ่งหากเฟดมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจสหรัฐฯ ก็อาจจะนำมาสู่ความกังวลว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในจังหวะที่เร็วขึ้นได้

                                            -----------------------------------