คาด 4Q57 กำไรอ่อนตัวตามฤดูกาล
ยังคงประมาณการปี 57 ไว้ที่เดิม
เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 ไว้ที่ 7.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 13%YoYโดยกำไรสุทธิ 4Q57 จะอยู่ที่ 655 ล้านบาท ลดลง 70%QoQ เป็นไปตาม Demand การใช้ไฟฟ้าที่ลดลงตามฤดูกาล ทำให้โรงไฟฟ้า IPP หลักของ EGCO เดินเครื่องผลิตไฟฟ้าไม่เต็มไตรมาส อย่างไรก็ตามหากเทียบกับ 4Q57 จะปรับเพิ่มเท่าตัว เนื่องจากการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 และโรงไฟฟ้า BLCP
ได้เปรียบที่สุดในกลุ่ม IPP
แม้จะมีความเป็นไปได้ที่แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2558 – 2579 (PDP2015) จะเลื่อนออกไปอีกจากเดิมที่คาดว่าจะประกาศใน เม.ย. 58 แต่เรายังเชื่อว่า PDP ฉบับใหม่ยังคงมีเป้าหมายลดสัดส่วนโรงไฟฟ้าก๊าซฯ และเพิ่มสัดส่วนโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงถ่านหินที่มีต้นทุนผลิตไฟฟ้าถูกกว่า เราประเมินว่าประเด็นดังกล่าวทำให้ EGCO มีความน่าสนใจในการลงทุน เนื่องจากมีความพร้อมที่จะก่อสร้างโรงไฟฟ้ามากที่สุด เนื่องจากปัจจุบัน EGCO ถือหุ้น 50% ในโรงไฟฟ้า BLCP (BANPU ถือหุ้นร่วมอีก 50%) มีพื้นที่และ Infrastructure พร้อมสำหรับก่อสร้างโรงไฟฟ้าส่วนต่อขยาย ทำให้ EGCO มีต้นทุนในการก่อสร้างที่ถูกกว่าคู่แข่ง สร้างความได้เปรียบหากมีการเปิดประมูลรอบต่อไป เราประเมินว่าหาก EGCO ชนะประมูลจะเพิ่มมูลค่าเหมาะสมให้กับ EGCO ได้อีก 12.9 บาท
กำลังผลิตเพิ่ม หนุนกำไรปี 58 ทำสถิติใหม่
เราคาดกำไรสุทธิปี 2558 เป็นสถิติใหม่ไว้ที่ 8 พันล้านบาท จากรายได้ขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น จากโครงการใหม่ที่ทยอยเริ่มดำเนินการผลิตได้แก่ โครงการโรงฟ้าขยะ GIDEC (EGCO ถือหุ้น 50%) กำลังผลิต 6.5 เมกะวัตต์(Adder 3.5 บาท ระยะเวลา 7 ปี) และต่อเนื่องในปี 2558 สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานลมBRWFในออสเตรเลีย (EGCO ถือหุ้น 100%) กำลังผลิต 113 เมกะวัตต์ โดยทั้ง 2 โครงการทยอยเริ่มผลิตไฟฟ้าตั้งแต่ พ.ย. 57 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ระยะยาวเรายังคาดหมายจะเห็น EGCO ทำสถิติกำไรสูงสุดใหม่ เนื่องจากยังมีโครงการขนอม (เริ่มปี 2559) และโครงการไซยบุรี (เริ่มปี 2562) ทยอยเริ่มดำเนินการผลิต และทำให้ EGCO มีกำไรสุทธิเติบโตเฉลี่ย 7% ต่อปี มากสุดในกลุ่มธุรกิจผลิตไฟฟ้า









