ปี2557 กำไรใกล้เคียงคาด
กำไร 4Q57 เติบโตทั้งรายไตรมาสและรายปี
LPN ประกาศกำไรสุทธิ 743 ล้านบาท เติบโต 34%YoY และ 32% QoQ มาจากการรับรู้รายได้จากการขายและบริการ 4.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น5% YoY และ 22%QoQ จากการเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ของคอนโนมีเนียม3 โครงการคือ 1) ลุมพินีเพลส-อุดรโพธิ์ศรี 2),ลุมพินี-ซีวิวล์ขอมเทียน และ 3) ลุมพินีวิวล์ อ่อนนุช-พัฒนาการ โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ระดับดี 33% ส่งผลต่ออัตรากำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นเป็น 17.2% เมื่อเทียบกับรายไตรมาสและรายปี
ปี 2557 กำไรลดลง 13%
สำหรับผลกำไรโดยรวมของปี 2557 LPN ทำได้ 2 พันล้านบาท ลดลง 13% YoY สาเหตุหลักจากการรับรู้รายได้ที่ลดลง 10% บันทึกเพียง 1.2หมื่นล้านบาท ส่วนหนึ่งเกิดจากงานในมือที่รอบันทึกรายได้ภายในปีไม่สูงโดยมียอดยกมารอบันทึกรายได้เพียง 7.6 พันล้านบาท ขณะเดียวกันยอดขายในช่วงต้นปีรับผลกระทบจากความไม่สงบทางการเมือง ส่งผลต่อการรับรู้รายได้โดยรวมที่ลดลง โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยใกล้เคียงปีก่อนที่ 32.4% ทำให้มีผลต่ออัตรากำไรสุทธิลดลงเล็กน้อยเป็น 15.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 16.2% พร้อมกันนี้บริษัทประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.54 บาทต่อหุ้น ให้ผลตอบแทน 2.6% ขึ้น XD วันที่ 24 ก.พ. และ จ่ายปันผลวันที่ 10 เม.ย.
คงคำแนะนำ “เก็งกำไร”
เรามองว่าปี 2558 ยังเป็นปีที่ดีสำหรับ LPN จากงานในมือ ที่อยู่ในระดับสูง 1.4 หมื่นล้านบาท สามารถรองรับรายได้ชองประมาณการปี 2558 ราว 83% ซึ่งคาดว่าจะเติบโตเด่นในช่วง 2Q58-3Q58 สำหรับผลประกอบการในปี 2559 อาจมีความเสี่ยงจากงานในมือเพียง 4.6 พันล้านบาท ซึ่งทาง LPN มีแผนเร่งยอดขายจากการเปิดตัวโครงการใหม่ที่มีมูลค่าราว 2 หมื่นล้านบาท และสินค้ารอการขายราว 1.4 หมื่นล้านบาท .โดยในเดือน มค.มียอดขายจำนวน 605 ล้านบาท ลดลง 45%YoYและ 65%MoM สาเหตุจากภายในเดือน ม.ค LPN ไม่มีการเปิดโครงการใหม่ อย่างไรก็ดีเราคาดว่าจะเห็นตัวเลขยอดขายเติบโตขึ้นในเดือนก.พ. เกิดจากโครงการใหม่ที่เปิดตัวเป็นโครงการแรกของปี คือ ลุมพินี พาร์คบีช ชะอำ มูลค่า 1 พันล้านบาท ราคาขายต่อยูนิตที่ 2 ล้านบาท ได้รับการตอบรับดี ปัจจุบันมียอดขายแล้วราว 55%









