วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บจ.พร้อมใช้เกณฑ์ไซเลนท์พีพี

ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนขนาดเล็ก พร้อมใช้เกณฑ์ไซเลนท์คุมหุ้นพีพี 1 ปี มองว่าเป็นเรื่องปกติ ด้านตลท.ปิดรับฟังความคิดเห็น 13 ก.พ.นี้

นายวรัญญู สุจิวรพันธ์พงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเซีย จอยท์ พาโนราม่า (AJP) กล่าวว่า การที่ตลาดหลักทรัพย์เปิดรับฟังความคิดเห็นกรณีการปรับปรุงเกณฑ์ระยะเวลาห้ามขายหุ้น (Silent Period) กับผู้ที่ได้รับจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (PP) ที่กำหนดราคาขายต่ำกว่าราคากระดานเกิน 10%นั้น ในฐานะผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนเห็นว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสม และที่ผ่านมา บริษัทได้เสนอขายหุ้นพีพี จำนวน 63.77 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 8 บาท ซึ่งผู้ที่ได้รับจัดสรรในครั้งนี้ บริษัทได้มีข้อตกลงกับนักลงทุนที่ได้รับจัดสรรว่า จะต้องมีเงื่อนไขกำหนดระยะเวลาห้ามขายหุ้นเป็นเวลา 6 เดือน ซึ่งทางกลุ่มนักลงทุนก็ยินยอม สาเหตุที่บริษัทกำหนดเกณฑ์ดังกล่าวเพราะต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้นเดิม เนื่องจากราคาหุ้นขายพีพีมีราคาต่ำกว่าราคาในกระดานอยู่แล้ว

"เกณฑ์การใช้ไซเลนท์มาคุมหุ้นพีพีนั้น บริษัทมองว่าเป็นเรื่องที่ดีและควรทำเพราะการขายหุ้นในราคาต่ำกว่าราคากระดานจะทำให้ผู้ได้รับจัดสรรได้ประโยชน์ ดังนั้นเพื่อความบริสุทธิ์ใจของผู้ลงทุนก็ควรจะยอมรับเกณฑ์ดังกล่าว"นายวรัญญู กล่าว

นายวัชระ แก้วสว่าง หรือ เสี่ยป๋อง นักลงทุนรายใหญ่ เปิดเผยว่า โดยส่วนตัวรู้สึกเห็นด้วยกับตลาดหลักทรัพย์ที่ออกกฎเกณฑ์ดังกล่าว เพราะการเพิ่มทุนแต่ละครั้งควรจะเป็นประโยชน์กับบริษัทและผู้ถือหุ้นมากที่สุด คือบริษัทควรจะได้รับเงินทุนตามจุดประสงค์ที่จะนำเงินไปลงทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนต่อไปในอนาคต สำหรับที่ผ่านมาก็มีการเพิ่มทุนที่ราคาต่ำเกินไปอยู่หลายตัว เชื่อว่าเกณฑ์ที่ออกมาใหม่นี้น่าจะช่วยให้การกำหนดราคามีความเหมาะสมยิ่งขึ้น

“สำหรับเกณฑ์ใหม่นี้ไม่ได้รู้สึกกังวลว่าจะมีผลกระทบต่อการลงทุนแต่อย่างใด เพราะเชื่อว่าตลาดหลักทรัพย์น่าจะมีเจตนาที่จะปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้นเป็นหลัก สำหรับการเพิ่มทุนพีพีนั้นมองว่าส่วนลดที่เหมาะสมน่าจะอยู่ที่ 10-20% แต่หากเกินไปกว่านี้อาจจะไม่ยุติธรรมกับผู้ถือหุ้นเดิมเท่าใดนัก เพราะราคาหุ้นจะไดลูทลงมา และที่สำคัญการจะกำหนดราคาหุ้นเพิ่มทุนที่เหมาะสม ควรผ่านมติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น และพิจารณาจากราคาในกระดาน ณ ขณะนั้น รวมถึงการประเมินจากนักวิเคราะห์มาประกอบ” นายวัชระ กล่าว

นายสุภกิจ จิระประดิษฐกุล รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกำกับตลาด และดูแลสายงานกฎหมาย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยกับสื่อออนไลน์ว่า ตลาดหลักทรัพย์จะปิดรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 13 ก.พ.นี้ ซึ่งหลังจากนั้นจะประเมินความคิดเห็น และเสนอต่อคณะกรรมการ(บอร์ด)ตลาดหลักทรัพย์ฯ พิจารณาเห็นชอบต่อไป หลังจากนั้นส่งให้ทางคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง
ทั้งนี้ เกณฑ์ Silent Period ไม่เคยใช้กับผู้ที่ได้รับการจัดสรรหุ้น PP มาก่อน ซึ่งสาเหตุที่มีการพิจารณาเรื่องนี้ เพราะที่ผ่านมามีการออก PP มากขึ้น และมีการกำหนดราคาขายหุ้น PP ต่ำกว่าตลาดค่อนข้างมาก

"เกณฑ์ดังกล่าว ยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะต้องรอประมวลผลความเห็นเพื่อเสนอต่อ บอร์ด ตลท.และหลังจากนั้นเสนอให้บอร์ด ก.ล.ต.เห็นชอบก่อน จึงจะประกาศใช้ได้"นายสุภกิจ กล่าว

ที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงเกณฑ์กำหนดระยะเวลาห้ามขายหุ้น กับผู้ที่ได้รับจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง ที่มีส่วนลดเกินกว่า 10% ของราคาตลาด โดยห้ามนำหลักทรัพย์หรือหลักทรัพย์แปลงสภาพทั้งหมดที่ได้รับการจัดสรรออกขายเป็นเวลา 1 ปี นับแต่วันที่หุ้นของบริษัทเริ่มทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยหลังจากวันที่หุ้นทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ 6 เดือน ผู้ลงทุนดังกล่าวสามารถขายหุ้นได้ในจำนวน 25% ของจำนวนหุ้นหรือหลักทรัพย์แปลงสภาพที่ถูกสั่งห้ามขาย แต่ผ่อนผันการ Silent Period สำหรับ Strategic Partners บางประเภท เช่น เจ้าหนี้ที่เข้ามาช่วยฟื้นฟูกิจการและแปลงหนี้เป็นทุน และ ผู้ลงทุนสถาบันตามนิยามของก.ล.ต. ซึ่งไม่รวมถึง private fund

นอกจากนี้ Silent Period จะไม่ใช้กับกรณีนำหุ้นที่เหลือจากการขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิม (RO) มาจัดสรรให้พีพี ในราคาเดียวกับ RO โดยบริษัท ต้องมีกระบวนการให้ผู้ถือหุ้นเดิมสามารถให้สิทธิเกินกว่าสัดส่วนของตนแล้ว
สำหรับการดำเนินการดังกล่าวเพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทจดทะเบียนจะได้รับประโยชน์จากการระดมทุนแบบ PP และผู้ร่วมทุนใหม่ โดยผู้ร่วมทุนใหม่ซึ่งถือเป็น Strategic Partners จะอยู่กับบริษัทเป็นระยะเวลาหนึ่ง เพื่อประโยชน์ต่อบริษัทและผู้ถือหุ้นเดิม เพราะในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา รูปแบบการระดมทุนของบจ.เปลี่ยนแปลงไป เห็นได้ว่าในปี 2557 บจ.มีการระดมทุนแบบ PP สูงมากเมื่อเทียบกับ 2 ปีก่อนหน้า โดยมีบริษัทที่ระดมทุน PP จำนวน 35 บริษัท มูลค่าระดมทุนมีสัดส่วนเท่ากับ 36% ของมูลค่าระดมทุนทั้งหมด ซึ่งการระดมทุน PP มีข้อดีสามารถระดมทุนได้ในระยะเวลาอันสั้น มีขั้นต้นการเสนอขายและค่าใช้จ่ายไม่มาก

อย่างไรก็ตามการระดมทุนในลักษณะนี้จะมีผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นเดิมในราคาหลักทรัพย์และ Dilution Effect โดยจากข้อมูลของบจ.ที่ระดมทุนด้วย PP จำนวน 35 บริษัท พบว่า มี 23 บริษัท ที่ราคาเพิ่มทุนต่ำกว่าราคาตลาดก่อนวันที่เสนอขาย และในจำนวน 23 บริษัทดังกล่าว มีบริษัทที่เพิ่มทุนแบบพีพี ทำให้ผู้ถือหุ้นเดิมมีสัดส่วนการถือหุ้นลดลงเกิน 25% ทั้งสิ้น 13 บริษัท