วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ขาดทุนอุ้มข้าว6.8แสนล้าน

คลังเล็งปิดบัญชีโครงการอุดหนุนภาคเกษตรมี.ค.นี้ เผยขาดทุน 6.8 แสนล้าน เฉพาะจำนำข้าวสมัย"ยิ่งลักษณ์" ขาดทุนหลัก 5.18 แสนล้าน

 เตรียมถกสำนักงบชดเชยภาระขาดทุน "รังสรรค์"เผยขาดทุนทางบัญชี ตัวเลขจริงขึ้นกับระบายสต็อกรัฐบาล 18 ล้านตัน ขณะ"ประยุทธ์"สั่งยกเลิกประมูลข้าว หากพบ"นอมินี"เอี่ยวทุจริต


กระทรวงการคลังเร่งเตรียมปิดบัญชีโครงการอุดหนุนราคาสินค้าเกษตรภายในเดือนมี.ค. 2558 เพื่อสรุปภาระหนี้ทั้งหมด โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการเกี่ยวกับข้าว โดยเบื้องต้นคาดว่าขาดทุนทั้งสิ้น 6.8 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขทางบัญชี หากสามารถระบายข้าวในสต็อกรัฐบาลได้ก็จะทำให้ภาระขาดทุนลดลง
หากสามารถปิดบัญชีได้ รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเริ่มแก้ปัญหาหนี้สินโครงการอุดหนุนราคาทั้งหมด โดยจะออกเป็นพันธบัตรมาชดเชย จากนั้นจะออกกฎหมายห้ามทำโครงการในลักษณะประชานิยม


นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่ากระทรวงคลังจะนัดประชุมคณะทำงานปิดบัญชีโครงการจำนำข้าวของรัฐบาลชุดก่อน เพื่อนำข้อมูลล่าสุดของโครงการอุดหนุนราคาข้าวทั้งหมดปิดบัญชีโครงการในรอบบัญชีปี 2557 ซึ่งเป็นโครงการตั้งแต่ปี 2547 ในสมัยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จนถึงสิ้นเดือนก.ย. 2557


"จะมีการประชุมคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการ เพื่อสรุปผลการปิดบัญชีโครงการดังกล่าวในช่วงเดือนมี.ค.2558 และ รายงานผลการปิดบัญชีให้คณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการ (นบข.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน"


ทั้งนี้ การปิดบัญชีโครงการรับจำนำครั้งนี้ ถือเป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ที่คณะกรรมการปิดบัญชีโครงการจำนำข้าวได้ดำเนินการปิดบัญชีโครงการจำนำข้าวไปแล้วตั้งแต่เริ่มต้นโครงการในปี 2547 จนถึงเดือนพ.ค.2557 จำนวน 15 โครงการ ดังนั้น การปิดบัญชีโครงการครั้งนี้ จึงจะนำผลการดำเนินโครงการในช่วงเดือนพ.ค. -ก.ย. 2557 มาสรุปปิดบัญชีโครงการ ซึ่งข้อมูลที่จะนำมาคำนวณผลการปิดบัญชีโครงการดังกล่าว คือ ผลการระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์ในช่วงเวลานี้ และ ยอดสต็อกข้าวที่เหลืออยู่ในโกดัง


“ผมจะนัดประชุมคณะทำงานปิดบัญชีเร็วๆ นี้ เพื่อดูข้อมูลการดำเนินโครงการล่าสุดว่า เป็นอย่างไร โดยเฉพาะในส่วนของการระบาย และ ยอดสต็อกข้าวที่เหลือในโกดัง หากยอดระบายข้าวได้ราคาต่ำ บวกกับ ค่าเสื่อมของสต็อกข้าวที่เหลือเพิ่มขึ้น แน่นอนว่า ผลขาดทุนโครงการน่าจะเพิ่มจากการปิดบัญชีรอบที่แล้ว”เขากล่าว


พบข้าวหายไม่มากแต่เสื่อมคุณภาพ


ทั้งนี้ ขณะนี้ ทางคณะทำงานปิดบัญชีโครงการจำนำข้าวที่มีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นเลขาคณะทำงาน ได้รับข้อมูลผลการตรวจสต็อกข้าวในโกดังชุดที่มีหม่อมหลวงปนัดดา ดิสกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธานแล้ว
"เบื้องต้นได้รับรายงานว่า สต็อกข้าวในบัญชีไม่ได้หายไปมากนัก แต่ในแง่คุณภาพข้าวนั้นมีการเสื่อมสภาพมาก ขณะเดียวกัน ประเภทของข้าวที่มีอยู่ก็ไม่ตรงกับข้อมูลในบัญชีที่แจ้งไว้"
สิ้นเดือนพ.ค.2557ขาดทุน6.8แสนล้าน


สำหรับผลการปิดบัญชีนับตั้งแต่เริ่มต้นโครงการปี 2547 จนถึง ณ สิ้นเดือนพ.ค. 2557 ผลปรากฏว่า มีผลขาดทุนจำนวนประมาณ 6.8 แสนล้านบาท จากต้นทุนโครงการที่รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดจำนวนประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท ในจำนวน 15 โครงการรับจำนำข้าวดังกล่าวนั้น เป็นการดำเนินโครงการโดยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระยะเวลา 3 ปี จำนวน 4 โครงการ คิดเป็นผลขาดทุนโครงการจำนวน 5.18 แสนล้านบาท ส่วนที่เหลือ 11 โครงการ ซึ่งเป็นการดำเนินการตั้งแต่รัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีผลขาดทุนจำนวนประมาณ 1.64 แสนล้านบาท


ทั้งนี้ ผลขาดทุนโครงการดังกล่าว ถือเป็นผลขาดทุนทางบัญชี เนื่องจาก ยังมีสต็อกข้าวของโครงการที่ยังเหลืออยู่จำนวน 19.2 ล้านตันข้าวสาร จากจำนวนข้าวที่รับจำนำมาทั้งหมดประมาณ 85 ล้านตันข้าวเปลือก
เตรียมเสนอตั้งงบประมาณชำระหนี้


นายรังสรรค์กล่าวอีกว่า ในแง่การชำระบัญชีโครงการดังกล่าวนั้น ทางกระทรวงการคลังจะต้องรอนโยบายจากรัฐบาลว่า จะมีแนวทางอย่างไร ในเบื้องต้น ตามหลักการนั้น ในส่วนเงินกู้ที่ได้กู้ยืมมาเพื่อดำเนินโครงการจะต้องมีการชำระคืน โดยหากรัฐบาลยังไม่สามารถได้เงินจากการะบายข้าวมาชำระหนี้ ก็จะต้องใช้วิธีการรีไฟแนนซ์หนี้ไปเรื่อยๆ
"ผลขาดทุนโครงการที่เกิดขึ้น ทางสำนักงบประมาณจะต้องตั้งงบประมาณมาชำระหนี้ในแต่ละปี"


สต็อกข้าว17.8ล้านตันตั้งเป้าระบาย2ปี


รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าการคณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว ได้กำหนดแผนการระบายข้าวสารสต็อกรัฐบาลที่มีเหลืออยู่ปัจจุบัน 17.8 ล้านตัน ตั้งเป้าที่จะระบายข้าวออกจากสต็อกทั้งหมดภายใน 2 ปี แบ่งเป็นการระบายปี 2558 ปริมาณ 10 ล้านตัน และปี 2559 ระบายที่เหลืออีก 7.8 ล้านตัน


"ข้าวที่จะนำมาประมูลขายในช่วงแรกจะเป็นข้าวที่มีคุณภาพตามมาตรฐานกระทรวงพาณิชย์ ข้าวหย่อนมาตรฐานในระดับเกรดA และเกรดB ส่วนข้าวเกรด C และข้าวเสียอื่นๆ จะนำมาระบายหลังจากที่องค์การคลังสินค้า (อคส.) และ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) ได้แจ้งความดำเนินคดีและได้มีการบันทึกหลักฐานเสร็จสิ้นเพื่อดำเนินคดีและได้มีบันทึกหลักฐานเสร็จสิ้นเพื่อดำเนินคดีแล้ว ซึ่งต้องใช้เวลาอีกระยะ"


สำหรับปี 2557 ที่ผ่านมา การระบายข้าวของรัฐบาลปัจจุบันสามารถขายได้ผ่านการเปิดประมูล 4 ครั้ง และขายตรง 1 ครั้ง รวมปริมาณ 6.81 แสนตัน มูลค่า 6,362 ล้านบาท และการขายแบบจีทูจีให้อินโดนีเซีย 1.75 แสนตัน ฟิลิปปินส์ 3 แสนตัน และจีน 2 แสนตัน ซึ่งเป็นข้าวในส่วนสัญญาจีทูจีของรัฐบาลชุดที่แล้วยกมา 9 แสนตัน


ส่วนการระบายข้าวของรัฐบาลชุดที่แล้วตั้งแต่ต.ค. 2554-พ.ค. 2557 รวมปริมาณ 22.9 ล้านตัน แต่ส่งมอบจริง 21 ล้านตัน เหลือ 1.9 ล้านตัน ที่ยกมายังรัฐบาลชุดนี้


มีเอี่ยวคดีทุจริตตัดสิทธิประมูล


การระบายครั้งล่าสุดเมื่อ 29 ม.ค. 2558 ที่ผ่านมาที่เปิดประมูลแบบยกคลัง 9 แสนตัน เบื้องต้นระบายได้ 7 แสนตัน อย่างไรก็ตาม หากบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่สามารถประมูลได้ 4 แสนตัน พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ที่ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลก็จะถูกตัดสิทธิ์ทันที และจะทำให้การระบายข้าวครั้งนี้ สามารถระบายได้ปริมาณเพียง 3 แสนตัน
ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์กำลังพิจารณาเปิดระบายข้าวอีกครั้งปริมาณเกือบ 1 ล้านตัน อยู่ระหว่างคัดกองข้าวที่สามารถนำมาออกประมูลได้


ด้านเป้าหมายการส่งออกข้าวปี 2558 คาดว่าจะส่งออกได้ 10.5-11 ล้านตัน ส่วนปี 2557 ส่งออกได้แล้ว 10.96 ล้านตัน


นบข.เผยสต็อกข้าว17.9 ล้านตัน


ผลตรวจสต็อกข้าวของอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐ ที่รายงานต่อคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ระบุว่ามีข้าวคงเหลือในคลังกลางขององค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) รวม 17.963 ล้านตัน


ทั้งนี้ แยกเป็น ข้าวผ่านมาตรฐาน 2.197 ล้านตัน (12.23%) ข้าวไม่ตรงตามมาตรฐาน 14.405 ล้านตัน (80.19%) ข้าวเสีย 0.694 ล้านตัน (3.86%) ข้าวผิดชนิด 0.068 ล้านตัน (0.38%) ข้าวกองล้ม/ข้าวที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ 0.599 ล้านตัน (3.34%)


นายกฯชี้พบนอมินีต้องประมูลใหม่


ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการเปิดซองประมูลราคาข้าวสารขาวและข้าวสารหอมมะลิค้างสต็อก จากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่าให้กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนว่ามีบริษัทไหนเป็นนอมินีหรือไม่ หากพบว่ามีนอมินีหรือเกี่ยวข้องกับบริษัทที่มีปัญหาก็ต้องประมูลใหม่ "วันนี้อย่าเพิ่งพูดเลย แต่ก็มีอยู่ ซึ่งได้มีการรายงานตัวเลข รวมทั้งบริษัทที่ร่วมประมูลมาแล้ว ตัวเลขประมาณ 9 แสนกว่าตัน สมมติถ้าพิสูจน์แล้วไม่มีอะไร ตัวเลขก็จะอยู่ที่ประมาณ 9 แสนกว่าตัน แต่ถ้าพิสูจน์แล้วมีบางบริษัทที่ไปเกี่ยวข้องกับบริษัทที่มีปัญหาอยู่หรือเปล่า อาจจะประมาณ 3-4 แสนตัน ก็ยกเลิก ก็เท่ากับว่าขายได้ 5 แสนตันก็เท่านั้นเอง ให้มันถูกต้องแล้วกันจะได้ไม่มีปัญหาในวันหลัง"