"ซีไอเอ็มบีไทย" คุมเข้มสินเชื่อรายย่อย หลังหนี้คงค้างอยู่ในเกณฑ์สูง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้ารายได้น้อย
นายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า สินเชื่อรายย่อยได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ทำให้หนี้คงค้างยังคงอยู่ในอัตราค่อนข้างสูงโดยเฉพาะของกลุ่มที่มีรายได้น้อย คือ มีรายได้ตั้งแต่ 10,000-15,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเป็นลูกค้าที่อยู่ในชนบทหรือเกษตรกร แม้ว่าจะได้รับเงินจากโครงการรับจำนำข้าว แต่ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ทำให้ภาระหนี้ยังคงสูง จึงส่งผลมายังการบริโภคยังไม่ฟื้นตัว
นายสุภัค กล่าวว่า ธนาคารจึงได้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุมัติสินเชื่อรายย่อยให้มีความเข้มงวดมากขึ้นโดยเฉพาะพิจารณาจากความสามารถในการชำระหนี้มีการเพิ่มทีมงานในการดูแลเก็บหนี้ แต่เชื่อว่าเศรษฐกิจปีนี้เริ่มจะฟื้นตัวขึ้น โดยคาดว่าอัตราการขยายตัวจะอยู่ที่ร้อยละ 3 – 4 ประกอบกับผลกระทบจากโครงการรถยนต์คันแรกที่ผ่านมา 2 ปี เริ่มปรับดีขึ้น สะท้อนจากราคารถยนต์มือสองปรับตัวลดลงต่ำสุด จึงเชื่อว่าหนี้คงค้างของรายย่อยจะดีขึ้น
ส่วนลูกค้าเอสเอ็มอี เชื่อว่าปีนี้สินเชื่อจะขยายตัวได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา แต่ยังมีลูกค้าบางกลุ่มที่ธนาคารต้องดูแลอย่างใกล้ชิดคือ กลุ่มเกษตร เนื่องจากยางพาราและปาล์มน้ำมันราคาตก และอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากการขยายตัวในปีที่ผ่านมาสูงมากเกินไป
ส่วนกลุ่มที่คาดว่าจะขยายตัวได้ดี คือ ลูกค้าในกลุ่มส่งออก เพราะชื่อว่าการส่งออกของไทยปีนี้จะดีกว่าปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะเติบโตร้อยละ 4 กลุ่มพลังงานและโครงการสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่ได้รับผลดีจากโครงการลงทุนของรัฐบาล ซึ่งธนาคารซีไอเอ็มบี ไทยตั้งเป้าสินเชื่อมีหลักประกัน จะปล่อยใหม่ 14,500 ล้านบาท เพื่อให้ฐานสินเชื่อเพิ่มจาก 65,600 ล้านบาท เป็น 82,500 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 20 ในจำนวนนี้เป็นสินเชื่อบ้านที่ปล่อยใหม่ 13,000 ล้านบาท เพื่อให้พอร์ตสินเชื่อบ้านเพิ่มจาก 47,000 ล้านบาท เป็น 56,000 ล้านบาท หรือเติบโตร้อยละ 20 ขณะที่สินเชื่อบุคคลจะปล่อยกู้ใหม่ 10,000 ล้านบาท ทำให้พอร์ตสินเชื่อเพิ่มจาก 10,500 ล้านบาท เป็น 17,200 ล้านบาท หรือเติบโตร้อยละ 65
นอกจากนี้ ปีนี้การแข่งขันในตลาดลูกค้ารายย่อยจะรุนแรงขึ้น ซึ่งธนาคารตั้งเป้าหมายธุรกิจลูกค้ารายย่อยขยายฐานลูกค้ารายใหม่เพิ่มอีก 200,000 ราย เพื่อให้ทันลูกค้าเพิ่มจาก 900,000 ราย เป็น 1.1ล้านราย หรือเติบโตร้อยละ 22 ด้านเงินฝากลูกค้ารายย่อยจะระดมเข้ามาใหม่ 22,000 ล้านบาท เพื่อให้ฐานลูกค้าเงินฝากรายย่อยเพิ่มจาก 120,000 ล้านเป็น 142,000 ล้านบาท หรือเติบโตร้อยละ 20









