"ธนวรรธน์" คาดตรุษจีนปีนี้จะมีเงินสะพัดกว่า 50,000 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 10 ปี เนื่องจากราคาสินค้าสูงขึ้น
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2558 พบว่า บรรยากาศใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา โดยการใช้จ่ายขยายตัวร้อยละ 5.71 ชะลอตัวลงจากปีที่ผ่านมาเล็กน้อยที่ร้อยละ 5.9 แต่คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัด 50,472 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 10 ปี เนื่องจากราคาสินค้าสูงขึ้น แต่ประชาชนยังให้ความสำคัญในการซื้อของไหว้เจ้าและทำบุญ เฉลี่ย 3,500 บาทต่อคน ทำให้ส่งผลดีต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ขณะที่การสังสรรค์/จัดเลี้ยง ซื้อเสื้อผ้า สินค้าคงและสินค้าฟุ่มเฟือย ไม่คึกคักเท่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากประชาชนยังระวังการใช้จ่าย เพราะไม่มั่นใจในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า จากผลสำรวจดังกล่าวสะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวไม่ชัดเจน ทำให้มีโอกาสที่เศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/2558 อาจขยายตัวเพียงร้อยละ 1.5-2 ครึ่งปีแรกขยายตัวร้อยละ 2-2.5 และทั้งปีมีโอกาสขยายตัวร้อยละ 3-3.5 แต่หากรัฐบาลเร่งเบิกจ่ายงบประมาณช่วงปลายไตรมาส 1/2558 จะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นของภาคประชาชน ทำให้การใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปรับตัวดีขึ้น และภาคเอกชนเริ่มกลับมาลงทุน ส่งผลให้เศรษฐกิจครึ่งปีแรกขยายตัวได้ร้อยละ 3 และทั้งปีขยาตัวได้ร้อยละ 3.5-4
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าทรงตัว ประกอบกับการที่ไทยถูกตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) จากสหภาพยุโรป (อียูป และการที่ไทยอยู่ในกลุ่มเทียร์ 3 หรือประเทศที่ล้มเหลวในการป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออก ทำให้สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทยคาดการณ์การส่งออกไทยปีนี้จะขยายตัวได้เพียงร้อยละ 1.5 หากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงตามคำแนะนำของนายทนง พิทยะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงได้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ








