"จรัมพร"แจงแผนฟื้นฟูการบินไทย เรียกความเชื่อมั่นนายแบงก์และนักลงทุน ลั่นภายใน 3 ปี กลับมาแข็งแกร่ง
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ดได้อนุมัติแผนฟื้นฟูกิจการของการบินไทย ได้มีนักลงทุนสถาบันและนายธนาคารมาเข้าพบเพื่อรับทราบถึงการดำเนินงานตามแผนดังกล่าว เพื่อเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์ฐานะกิจการในอนาคต
โดยหลังจากนี้คาดว่าจะมีนักลงทุนสถาบันจากต่างประเทศทยอยเข้ามาพบ ขณะที่บริษัทเองก็มีแผนจะร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆ ออกไปพบนักลงทุนในต่างประเทศ เพื่อชี้แจงข้อมูลและเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนเหล่านี้ ซึ่งหากสามารถฟื้นกิจการได้ตามแผนที่วางไว้ ด้วยขนาดของการบินไทย เชื่อว่าการบินไทยจะต้องกลับมาเป็นเป้าหมายการลงทุนของนักลงทุนสถาบัน จากปัจจุบันสัดส่วนการลงทุนของนักลงทุนสถาบันน้อยมาก
ขณะที่อันดับความน่าเชื่อถือ หรือเครดิตเรทติ้งก็ไม่ควรต่ำกว่าช่วงที่เคยสูงที่สุด เพราะในเมื่อบริษัทสามารถกำจัดไขมันออกได้ กลับมามีประสิทธิภาพการดำเนินงาน ก็ไม่เห็นเหตุผลที่เราจะกลับไปอยู่ระดับเดิม คือไม่ต่ำกว่า AAหรือดีกว่าเดิมไม่ได้
“ เรามีการประชุมร่วมกับนักลงทุนสถาบัน แบงเกอร์ เพื่อชี้แจงถึงการดำเนินงานตามแผน ว่าจะทำอะไรบ้าง อย่างไร เพื่อให้แต่ละคนได้คิดคำนวณเอาว่า เราจะกลับมาเข้มแข็งได้เร็วช้าอย่างไร ซึ่งการที่มีนักลงทุนเข้าพบ แสดงว่าการบินไทยยังอยู่ในความสนใจ โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันลง สายการบินเป็นธุรกิจหนึ่งที่มีสัญญาณบวก แต่สถานภาพการบินไทย อาจไม่ได้อยู่ในสถานะที่เขาตัดสินใจได้ง่าย เราจึงจำเป็นต้องสื่อความออกไป”
ไม่มีปัญหาสภาพคล่อง-ไม่ต้องเพิ่มทุน
สำหรับเรื่องสภาพคล่องนั้น ไม่ได้เป็นปัญหาของบริษัทมาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2557 บริษัทมีเงินทุนพร้อม เงินกู้ก็มีดีลทุกปี ก็ต้องมีการต่อ แต่ไม่ได้เป็นประเด็น เช่นเดียวกับการขอรับการสนับสนุนทางการเงินกับภาครัฐ ยังไม่มีความจำเป็น แต่ในการทำแผนฟื้นฟูกิจการได้ระบุเอาไว้ บนสมมุติฐานที่เลวร้ายที่สุด อาจจะจำเป็น ซึ่งภาครัฐก็พร้อมสนับสนุน ทั้งเรื่องเงินกู้ หรือการเพิ่มทุน แต่อยู่บนเงื่อนไขว่าต้องดำเนินการตามแผนที่วางไว้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็น
เขากล่าวต่อว่า ปัญหาหลักๆ ของการบินไทย ไม่ใช่เรื่องสภาพคล่อง แต่เป็นการขาดทุน เพราะโครงสร้างต้นทุนที่สูงมาก สภาวะแวดล้อมธุรกิจเปลี่ยนเร็ว เราปรับไม่ทันคู่แข่ง ในระยะสั้นจึงต้องปรับเส้นทางการบินใหม่ เพราะปัจจุบันมีเส้นทางการบินถึง 15-20% ของเส้นทางการบินทั้งหมด ขาดทุนอย่างหนัก กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มแรกที่เลือกตัด เพื่อลดต้นทุน
อย่างไรก็ตามการลดเส้นทางบินนี้ ได้หารือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและการกีฬาแล้ว ว่าในช่วงที่ยกเลิกเป็นช่วงฤดูร้อน เริ่มจาก 29 มี.ค.-29 ต.ค. บางเส้นทางเริ่ม 1 ก.ค. ส่วนเส้นทางแมดริดนั้นอยู่ในช่วงกลางๆ ถึงปลายฤดูร้อน หรือในช่วงต้น ก.ย.สอดคล้องกับแผนงานของรัฐมนตรีอยู่แล้ว
คาดน้ำมันขึ้นเฉลี่ยทั้งปี75ดอลล์
ส่วนเรื่องการหารายได้ ต้องเข้าใจว่าปัจจุบันมาร์เก็ตแชร์ของการบินไทยไม่ได้สูง ทุกช่องทางจึงสามารถเพิ่มมาร์เก็ตแชร์ได้หมด ทั้งอินเทอร์เน็ต และการขายผ่านเอเย่นต์ โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มเคบินแฟคเตอร์จากระดับ 70% มาอยู่ระดับ 80% โดยหากทำได้ไปพร้อมๆ กับการลดต้นทุน ก็จะทำให้การบินไทยกลับไปมีกำไรได้ในไม่ช้า
“เราดูข้อมูลกันรายเดือน จะกำไรได้เร็วแค่ไหน อยู่ที่ว่าเราจะปรับลดต้นทุนได้เร็วแค่ไหน เพราะบางเรื่องเป็นเรื่องของต้นทุนคงที่ แม้อยากจะลด แต่ต้องใช้เวลา อย่างไรก็ตามในช่วงที่ราคาน้ำมันตลาดโลกลดลง อาจช่วยทำให้ผลการดำเนินงานเราดีขึ้น แต่อยู่บนพื้นฐานว่าสายการบินคู่แข่งไม่ได้ปรับลดราคาตั๋วลง”
แต่โดยปกติ สายการบินพรีเมียมจะปรับราคาไม่เร็ว เพราะส่วนใหญ่กลัวเรื่องน้ำมันขึ้น โดยการบินไทยก็ดูแลสถานการณ์ราคาน้ำมันใกล้ชิด คาดว่าราคาน้ำมันจะทยอยปรับขึ้น เฉลี่ยในปีนี้อยู่ที่ระดับ 75 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และปีหน้าก็อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน หากเป็นอย่างนี้ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง
ตั้งเป้าติดท็อป3ของโลก
ตามแผนฟื้นฟูกิจการ ได้กำหนดแผนงานที่เป็นตัวชี้วัดการดำเนินงานออกมาตลอดทั้ง 2 ปีเต็ม เฉพาะเป้าหมายในปีนี้ จะต้องลดต้นทุนให้ได้ 20-30 ต้องเพิ่มเคบินแฟคเตอร์ให้ได้ในอัตรา 80% ต้องปรับลดตารางบินในช่วงฤดูร้อนไม่ต่ำกว่า 6% แต่ขณะนี้เราได้ปรับลดตารางบินไปมากกว่า 6% แล้ว และภายในก.ค.ขายเครื่องบิน 22 ลำ และมีแพ็คเกจเออรี่รีไทน์ออกมาภายในไตรมาส1
ทั้งนี้ ในปีแรกจะต้องหยุดขาดทุน ส่วนปีที่2 หรือภายใน 18 เดือนก็ต้องกลับมาแข่งขันให้ได้ ส่วนปีที่3 หรือปลายปี 2559 หรือต้นปี 2560 จะต้องเดินหน้าเต็มสูบเติบโตอย่างยั่งยืน ในที่สุดต้องกลับมาเป็นสายการบินแห่งชาติที่คนไทยทุกคนภูมิใจ กลับไปเป็นสายการบินที่ติดท็อป 3 ของโลกอีกครั้ง
“สำหรับปัจจัยที่จะทำให้การแก้ปัญหาการบินไทยประสบความสำเร็จ ไม่ล้มเหลวเหมือนที่ผ่านมา เพราะไม่มีทางเลือกอื่น เมื่อก่อนมีทางเลือกอื่นให้เดิน อาจจะเป๋ได้ แต่ตอนนี้ถนนมีเส้นเดียว เชื่อว่าปัญหาจะน้อยลง ทุกคนก็ต้องร่วมกันปรับขนานใหญ่ ปฏิรูป เพราะไม่มีทางอื่นให้เดินได้ ถ้าไม่ทำ ก็เป็นสุสานสายการบินอีกสายหนึ่ง เหมือนกับอีกหลายสายการบินที่ต้องปิดกิจการ ล้มละลายไป”






