ส่วนแบ่งผู้ชมและเรตติ้งช่องลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 4/57 จนถึงม.ค. 2558
ประเด็นการลงทุน
ส่วนแบ่งผู้ชมโดยรวม (สำหรับทั้งสามช่องทีวีดิจิตอล) และเรตติ้งเฉลี่ยของ BEC ยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 4/57 จนถึงเดือนม.ค. 2558 โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนแบ่งผู้ชมและเรตติ้งของช่องเอสดีและช่องแฟมิลี่ที่ยังคงน้อยมากถ้าเทียบกับช่อง WORK และช่องทีวีดิจิตอลช่องอื่นๆ ส่งผลให้เราตั้งข้อสงสัยว่าบริษัทจะยังคงสามารถรักษาอัตราค่าโฆษณาช่องทีวีอนาล็อกที่แพงมาก และรายได้โฆษณาในระดับสูงอย่างนี้ต่อไปได้หรือไม่ในอนาคต เนื่องจากสัดส่วนผู้ชมและเรตติ้งของช่องที่หดตัวลงอย่างต่อเนื่อง เรายังคงคำแนะนำ ขาย
ส่วนแบ่งผู้ชมและเรตติ้งหดตัวลงอย่างต่อเนื่องในเดือนม.ค.
จากรายงานล่าสุดของนีลสันพบว่าทั้งส่วนแบ่งผู้ชมและเรตติ้งช่องของ BEC ยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง MoM สำหรับเดือนม.ค. 2558 ส่วนแบ่งผู้ชมโดยรวมของช่องทีวีดิจิตอลทั้งสามช่องซึ่งได้แก่ ช่องเอชดี (ออกอากาศคู่ขนานกับช่องทีวีอนาล็อก) ช่องวาไรตี้เอสดีและช่องแฟมิลี่ ปรับตัวลดลงจาก 27.5% ในเดือนธ.ค. 2557 มาอยู่ที่ 26.9% ในเดือนม.ค. 2558 เรตติ้งช่วงเวลาตลอดทั้งวัน 24 ชม.สำหรับกลุ่มผู้ชมอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปทั่วประเทศสำหรับทั้งสามช่องก็ปรับตัวลดลงจาก 1.99 ในเดือนธ.ค. 2557 มาอยู่ที่ 1.90 ในเดือนม.ค. 2558 สำหรับเรตติ้งช่วงเวลาไพร์มไทม์ (ช่วงเวลา 18.00-23.00 น.สำหรับกลุ่มผู้ชมอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป) ลดลงเล็กน้อยจาก 3.99 ในเดือนธ.ค. 2557 มาอยู่ที่ 3.96 ในเดือนม.ค. 2558 ในขณะที่เรตติ้งช่วงเวลา 18 ชม. (ช่วงเวลา 6.00-24.00 น.สำหรับกลุ่มผู้ชมอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป) ลดลงจาก 2.62 ในเดือนธ.ค. 2557 มาอยู่ที่ 2.53 ในเดือนม.ค. 2558
เราเชื่อว่า BEC จะยังคงสูญเสียส่วนแบ่งผู้ชมให้กับผู้ประกอบการช่องทีวีดิจิตอลรายใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรตติ้งของช่องแฟมิลี่และช่องเอสดีที่ยังคงน้อยมากเพียงแค่ 0.02-0.03 ในขณะที่ส่วนแบ่งเม็ดเงินโฆษณาของทั้งสองช่องรวมกันก็น้อยมากคิดเป็นเพียงแค่ 1.7-2% เนื่องจากคอนเท้นต์รายการที่ยังคงอ่อนแอ และการนำรายการเก่ามาฉายซ้ำใหม่ ถึงแม้ว่า BEC วางแผนที่จะเพิ่มคอนเท้นต์ใหม่ในช่องเอสดีและช่องแฟมิลี่ในช่วงไตรมาส 1/58 เราประเมินว่าทั้งสองช่องคงต้องใช้ระยะเวลาสำหรับการเพิ่มส่วนแบ่งผู้ชมและเรตติ้งของช่อง เพื่อแข่งให้ทันกับผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลรายอื่นๆ เช่น WORK RS และช่องวันของ GRAMMY
ส่องกล้องไตรมาส 4/57–กำไรลดลง
เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/57 ที่ 950 ล้านบาท ลดลง 32% YoY และ 12% QoQ กำไรที่ลดลง YoY เนื่องมาจากค่าใช้จ่ายช่องทีวีดิจิตอลที่เพิ่มสูงขึ้น (ซึ่งได้แก่ ค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าโครงข่ายทีวีดิจิตอลและอุปกรณ์ ต้นทุนรายการและค่าตัดจำหน่ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาต) ซึ่งจะกลบผลกระทบของรายได้โฆษณาที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนการลดลง QoQ เนื่องมาจากรายได้โฆษณาที่ลดลง (เกี่ยวข้องกับการบริโภคในประเทศที่ชะลอตัวลงรวมถึงส่วนแบ่งผู้ชมและส่วนแบ่งเม็ดเงินโฆษณาที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง)
และการบันทึกค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มสูงขึ้นตามฤดูกาล เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นที่ 41.6% ในไตรมาส 4/57 (54.7% ในไตรมาส 4/56 และ 43.8% ในไตรมาส 3/57) เราคาดรายได้โฆษณาไตรมาส 4/57 ที่ 3.84 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% YoY แต่ลดลง 3% QoQ
รายได้จากคอนเสิร์ตและการแสดงมีแนวโน้มลดลง 64% YoY และ 47% QoQ เนื่องจากเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัว ในไตรมาส 4/57 ที่ผ่านมามีการจัดคอนเสิร์ตแค่เพียง 2 งานเท่านั้น ได้แก่ Kyary PamYu PamYu และ Love is Special Dojo เราคาดรายได้รวมจากช่องเอสดีและช่องแฟมิลี่ในไตรมาส 4/57 รวมกันอยู่ที่ 100 ล้านบาท ทรงตัว QoQ สำหรับส่วนแบ่งผู้ชมเฉลี่ยของทั้งสามช่องทีวีดิจิตอลลดลงเหลือ 28.0% ในไตรมาส 4/57 เทียบกับ 31.2% ในไตรมาส 3/57 และ 35.8% ในไตรมาส 4/56 ในขณะที่ส่วนแบ่งเม็ดเงินโฆษณาเฉลี่ยสำหรับทั้งสามช่องทีวีดิจิตอลก็ลดลงเช่นกันเหลือ 25.7% ในไตรมาส 4/57 เทียบกับ 29.4% ในไตรมาส 3/57 และ 31.0% ในไตรมาส 4/56









