วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Corporate News

DELTA - ถือ, IRPC - ถือ, DTAC - ซื้อ, SYMC - ซื้อ

DELTA    ถือ    ราคาพื้นฐาน 66.50 บาท

DELTA : บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 4/57 ที่ 1,125 ล้านบาท ลดลง 42.2%qoq แต่เพิ่มขึ้น 2.7%yoy เป็นไปตามที่เราคาดไว้ โดยการลดลงอย่างมากจากไตรมาสก่อนเป็นผลจาก (1) ยอดขายที่ต่ำลงของอุปกรณ์ไฟฟ้าสื่อสาร และธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ (2) การตั้งสำรองฯ (3) การไม่มีกำไรจากเงินลงทุนจำนวน 195 ล้านบาทเหมือนในไตรมาสที่ 3/57 ทั้งนี้ DELTA เป็น defensive stock และคาดจะมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 4.5% ในปี 2558 คงคำแนะนำ ถือ ด้วยราคาพื้นฐานที่ 66.50 บาท ราคาเหมาะสมที่ควรเข้าซื้อคือ 60 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)

IRPC    ถือ   ราคาพื้นฐาน 3.30 บาท
IRPC : บริษัทรายงานขาดทุนสุทธิที่ 5,235 ล้านบาท ในปี 2557 จากที่เคยมีกำไร 826 ล้านบาทในปี 2556 จากการขาดทุนอย่างมหาศาลของสต็อกน้ำมันที่ 8,500 ล้านบาท แต่ราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นมากกว่า 34% YTD จากความคาดหวังอย่างมากของการฟื้นตัวของผลประกอบการและข่าวลือว่าผลประกอบการในปี 2558 จะอยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ คงคำแนะนำ ถือ โดยเราอาจปรับราคาพื้นฐานและคำแนะนำ หลังเข้าประชุมกับผู้บริหารบริษัทในสัปดาห์หน้า คงคำแนะนำ ถือ ด้วยราคาพื้นฐานที่ 3.30 บาท ราคาเหมาะสมที่ควรเข้าซื้อคือ 3.00 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)

DTAC    ซื้อ    ราคาพื้นฐาน 118.00 บาท
DTAC : บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 4/57 ที่ 1,891ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ จากการตั้งสำรองหนี้เสีย ด้านรายได้ที่ไม่ใช่เสียงยังคงแข็งแกร่ง สนับสนุนด้วยการเพิ่มขึ้นของการใช้งานด้านข้อมูลและการใช้งาน smart phone เช่นเดียวกับการเพิ่มจำนวนอย่างมากของเครือข่าย 3G คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐานที่ 118 บาท ออ(รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)

SYMC     ซื้อ     Consensus 18.20 บาท
SYMC : นายกรัณย์พล อัศวสุวรรณ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) เผยว่า ภายในเดือน มี.ค. 2558 จะสามารถสรุปงบประมาณการลงทุนในโครงการเคเบิลใต้น้ำระยะทางประมาณ 1,300 กม. โดยเป็นการลงทุนแบบ Consortium ร่วมกับผู้ประกอบการประเทศมาเลเซียและผู้ประกอบการประเทศกัมพูชา สำหรับการลงทุนเบื้องต้น ที่ไม่ได้สรุปเป็นครั้งสุดท้ายมูลค่ารวม 60 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1,800 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม เมื่อสามารถสรุปงบลงทุนโครงการดังกล่าวแล้ว จะแบ่งเป็นการลงทุนร่วมกันของทั้ง 3 ฝ่าย เฉลี่ย แต่ละรายราว 20 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 600 ล้านบาท) โดยได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากธนาคารของรัฐและได้รับการติดต่อจากสถาบันการเงินภายในประเทศ ส่วนเป้าหมายรายได้ปี 2558 คาดว่าจะเติบโตราว 25% จากปี 2557 เนื่องจากบริษัทมีการลงทุนสร้างโครงข่ายภาคพื้นดินไว้รองรับลูกค้าแล้วทั้งที่เป็นแบบ Private Network โดยบริษัทให้บริการกับลูกค้าธนาคาร ในการเชื่อมโครงข่ายระหว่างสาขาในกทม.และต่างจังหวัด (ข่าวหุ้น)