วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

CKP - เก็งกำไร

แนวโน้มกำไรเติบโตต่อเนื่อง

คาดกำไร 4Q57 เพิ่ม 44%QoQ

เราคาดว่าบริษัทจะรายงานกำไรสุทธิ 4Q57 อยู่ที่ 142 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 44%QoQ และจะทำให้กำไรสุทธิทั้งปี 2557 อยู่ที่ 399 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 83%YoY แม้ 4Q57 จะเป็นไตรมาสที่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูงเป็นปกติแต่บริษัทมีรายได้จากการผลิตไฟฟ้าเพิ่มจาก จากโครงการน้ำงึม 2 ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งในไตรมาสที่ผ่านมา ทำให้บริษัทสามารถผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 30%QoQ และโครงการบางปะอิน 1 (BIC1) ที่รับรู้รายได้จากลูกค้าใหม่เต็มไตรมาสเป็นปัจจัยที่ทำให้กำไรสุทธิ 4Q57 ดีที่สุดในรอบ 5 ไตรมาสและทำให้ทั้งปีบริษัทจะมีกำไรสุทธิดีกว่าที่เราคาดไว้ถึง 10%

คาดกำไรปี 58 เติบโตต่อเนื่อง
เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2558 ไว้ที่ 496 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% มาจากกำลังผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ซึ่งเกิดขึ้นในระหว่างปี 2557 จะมารับรู้เต็มในปี 2558 โดยกำลังผลิตที่เพิ่มขึ้นมาจากโรงไฟฟ้าบางปะอิน หน่วยที่ 1 (BIC1) ซึ่งได้กลุ่มลูกค้าใหม่เพิ่มในช่วงปลาย 3Q57 จะมารับรู้รายได้เต็มในปี 2558 รวมทั้งยอดขายไอน้ำที่จะเพิ่มขึ้นจากลูกค้าใหม่ที่คาดว่าจะเริ่มรับรู้ใน 1Q58 ในโครงการดังกล่าว ขณะที่ต้นทุนทางการเงินเฉลี่ย ณ สิ้นปี 2557 ลดลงเหลือ 5.1% เป็นปัจจัยหนุนผลประกอบการ
เพิ่มทุนเพื่อขยายกำลังผลิตในระยะยาว

คณะกรรมการบริษัทฯ อนุมัติแผนเข้าซื้อหุ้น 30% ในโครงการไซยะบุรีต่อจาก CK โดยแหล่งเงินทุนจะมาจากการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน (RO) และใบสำคัญแสดงสิทธิ (CKP-W1) ที่บริษัทประกาศก่อนหน้านี้ โดยการออก RO บริษัทจะได้เงินจำนวน 5.6 พันล้านบาท โดยการซื้อสัดส่วนการลงทุน 30% ในโครงการไซยะบุรี จาก CK จะใช้เงิน 4.3 พันล้านบาท โดยเงินส่วนที่เหลือและเงินที่ได้จากการออก CKP-W1 จะใช้สำหรับการซื้อสัดส่วนการลงทุนอีก 7.5% จาก BECL และใช้เป็นเงินลงทุนในระหว่างที่โครงการดังกล่าวก่อสร้าง (ความคืบหน้า 40% เริ่มผลิตปี 62) การลงทุนดังกล่าวเป็นไปตามแผนของบริษัท รวมไปถึงอีก 2 โครงการได้แก่ โครงการบางปะอิน 2 และ โครงการน้ำบาก บริษัทจะประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 9 เม.ย. (XM วันที่ 11 มี.ค.) และขึ้นเครื่องหมาย XR วันที่ 23 เม.ย. หากแผนผ่านการอนุมัติจากผู้ถือหุ้น

แนะนำ “เก็งกำไร”
แม้การเพิ่มทุนในครั้งนี้จะมาเร็วกว่าที่คาด แต่ช่วยให้ความกังวลต่อแผนขยายการลงทุนในระยะยาวลดลง ยังคงเป็นหุ้นที่เรามีโอกาสปรับเพิ่มมูลค่าเหมาะสมอีก 1.85 บาทจาก (1) โครงการไซยะบุรี (สัดส่วน 7.5% ของ BECL) และ (2) โครงการน้ำบาก ซึ่งอยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ EGAT ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการปรับเพิ่มเป็นลำดับจากกำลังผลิตที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ทำให้เรายังคงแนะนำ “เก็งกำไร” ด้วยมูลค่าเหมาะสม 20 บาท