วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทยออยล์คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมัน 9-13 ก.พ. 58

ราคาน้ำมันดิบผันผวน จับตาเศรษฐกิจของยูโรโซน หลังธนาคารกลางยุโรปไม่ยอมรับพันธบัตรรัฐบาลกรีซ

“ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 46-51 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 52-57 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล”

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (9-13 ก.พ. 58)

ราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้คาดว่าจะยังคงผันผวน โดยยังได้รับแรงกดดันจากอุปทานน้ำมันดิบที่ล้นตลาด และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่แข็งค่าขึ้นตามเศรษฐกิจสหรัฐ ที่ส่งสัญญาณดีต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีตลาดยังต้องจับตาแนวทางการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของกรีซหลังจากจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ นอกจากนี้ต้องติดตามการประท้วงโดยสหภาพแรงงานของโรงกลั่นน้ำมัน 9 แห่งในสหรัฐ ซึ่งถือเป็นการหยุดงานประท้วงของแรงงานโรงกลั่นน้ำมันทั่วประเทศที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 35 ปี และส่งผลกระทบต่อกำลังการกลั่นน้ำมันของสหรัฐถึงร้อยละ 10 ทำให้ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันที่ทรุดตัวลงส่งผลให้บริษัทน้ำมันหลายแห่งทั่วโลกเริ่มชะลอการลงทุนขุดเจาะและผลิตน้ำมันซึ่งอาจทำให้อุปทานน้ำมันดิบส่วนเกินในตลาดโลกลดลง

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:

    จับตาเศรษฐกิจของยูโรโซน ซึ่งกรีซกำลังเผชิญกับแรงกดดันอีกครั้ง หลังจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) ยืนยันว่าจะไม่ยอมรับการใช้พันธบัตรรัฐบาลกรีซมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้เพื่อระดมทุนครั้งใหม่ เนื่องจากพันธบัตรของรัฐบาลกรีซอยู่ในระดับ “ขยะ” (junk) ซึ่งอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของ ECB โดยท่าทีล่าสุดของ ECB ได้สร้างความวิตกกังวลแก่นักลงทุนในความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจยูโรโซน ส่งผลให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

    ติดตามการประท้วงของสหภาพแรงงานของโรงกลั่นน้ำมัน 9 แห่งในสหรัฐ หลังการเจรจาด้านแรงงานระหว่างแกนนำสหภาพกับโรงกลั่นน้ำมันยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ ส่งผลให้ยังไม่สามารถต่อสัญญาจ้างงานฉบับใหม่ โดยการประท้วงครั้งนี้ ถือเป็นการหยุดงานประท้วงของแรงงานโรงกลั่นน้ำมันทั่วประเทศครั้งแรก และใหญ่ที่สุดในรอบ 35 ปี ซึ่งกระทบต่อกำลังการกลั่นน้ำมันของสหรัฐถึงร้อยละ 10 และส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐสูงขึ้น

    ราคาน้ำมันที่ทรุดตัวลงส่งผลให้บริษัทน้ำมันหลายแห่งทั่วโลก เริ่มชะลอการลงทุนขุดเจาะและผลิตน้ำมันลง โดยล่าสุดข้อมูลของ Baker Hughes เปิดเผยให้เห็นว่า แท่นขุดเจาะที่กำลังปฏิบัติการขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐ ณ วันที่ 30 ม.ค. 58 มีจำนวนลดลง 94 แท่น จากสัปดาห์ก่อนหน้า เหลือเพียง 1,223 แท่น ซึ่งลดลงกว่าร้อยละ 24 เมื่อเทียบกับช่วง ต.ค. 57 ทั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่อุปทานน้ำมันดิบของโลกจะปรับตัวลดลง นอกจากนี้ บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ ได้แก่ บีพี และ เชฟรอน รวมถึงบริษัทน้ำมันอื่นๆ เริ่มปรับลดงบประมาณการลงทุนในปีนี้ เพื่อรับมือกับภาวะราคาน้ำมันตกต่ำ อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามว่าจะมีการชะลอการลงทุนเพิ่มเติมหรือไม่ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้อุปทานส่วนเกินของน้ำมันดิบลดลง และหนุนให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น

    ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดค้าปลีก จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐ จีดีพี Q4/14 ของยูโรโซน ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิตของจีน

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (2-6 ก.พ. 58)
    ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 2.45 ดอลลาร์สหรัฐ ปิดที่ 50.48 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 3.58 ดอลลาร์สหรัฐ ปิดที่ 56.57 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปรับตัวเพิ่มขึ้นมาเฉลี่ยอยู่ที่ 51 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
    ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์ที่ผ่านมากลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยได้รับแรงหนุนหลักมาจาก ตัวเลขหลุมขุดเจาะของสหรัฐ ที่มีแนวโน้มปรับลดลงมากกว่าคาด และการที่บริษัทผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อย่างบีพีและเชฟรอนออกมาประกาศลดค่าใช้จ่ายการลงทุนด้านการผลิตน้ำมันลง อย่างไรก็ตาม ตลาดน้ำมันดิบยังคงมีอุปทานที่ล้นตลาดอยู่ รวมถึงการที่สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานของสหรัฐ (API) ได้เปิดเผยตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ยังกดดันราคาน้ำมันอยู่

                                                              -------------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999