วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดอลลาร์แข็งฉุด‘หนี้นอก’ลด

“แบงก์ชาติ” เผยยอดหนี้ต่างประเทศเดือนธ.ค. รวมกว่า 1.4 แสนล้านดอลลาร์ ลดจากเดือนก่อน 1.2 พันล้านดอลลาร์

รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า หนี้ต่างประเทศของไทย ณ สิ้นเดือนธ.ค.ปี 2557 ที่ผ่านมา มียอดรวมทั้งสิ้น 1.4 แสนล้านดอลลาร์ ลดลงจากเดือนก่อนหน้า 1.2 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งการลดลงดังกล่าว ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินตามการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ เมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญ โดยเฉพาะเงินยูโรและเงินเยนที่แปลงมูลค่าแล้ว 
“ผลของการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินดังกล่าว ทำให้หนี้ต่างประเทศลดลง 500 ล้านดอลลาร์ ประกอบกับมีการชำระคืนหนี้สุทธิอีก 700 ล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการชำระคืนสินเชื่อการค้าระยะสั้นของผู้นำเข้าไทย ส่งผลให้โครงสร้างหนี้ต่างประเทศ ณ สิ้นเดือนธ.ค.2557 มีสัดส่วนของหนี้ระยะสั้นคิดเป็น 40.8% ของหนี้ต่างประเทศ ลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อน”
สำหรับหนี้ภาครัฐและธนาคารกลาง มียอดคงค้าง 2.21 หมื่นล้านดอลลาร์ และ 3.2 พันล้านดอลลาร์ ตามลำดับ โดยหนี้ภาครัฐบาลลดลง 100 ล้านดอลลาร์ แม้ในภาพรวมนักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อพันธบัตรรัฐบาล แต่ผลจากการเปลี่ยนแปลงของราคาพันธบัตรและการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ ทำให้สุทธิแล้วหนี้ต่างประเทศลดลง
ขณะที่หนี้ภาคธนาคารกลางลดลง 100 ล้านดอลลาร์ จากการที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิพันธบัตรระยะสั้นของธปท.ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ห้า
ส่วนหนี้ภาคสถาบันที่รับฝากเงิน มียอดคงค้าง 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ทรงตัวจากเดือนก่อน จากการชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นเพื่อปรับฐานะเงินตราต่างประเทศของธนาคารพาณิชย์ให้สอดคล้องกับธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนของผู้ส่งออกและนักลงทุนไทยที่ปรับลดลง ขณะที่เงินฝากของนักลงทุนต่างชาติปรับเพิ่มขึ้นในจำนวนที่ใกล้เคียงกัน
สำหรับหนี้ภาคอื่นๆ มียอดคงค้าง 8.05 หมื่นล้านดอลลาร์ ลดลงจากเดือนก่อน 1.1 พันล้านดอลลาร์ จากการชำระคืนสินเชื่อการค้าระยะสั้นของผู้นำเข้าไทย สอดคล้องกับมูลค่าการนำเข้าในเดือนนี้ที่ลดลงจากเดือนก่อนหน้า ขณะที่ภาคสถาบันการเงินที่ไม่รับฝากเงินมีการยืมเงินกู้ระยะสั้นสุทธิโดยเฉพาะในธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ
รายงานข่าวระบุว่า ในส่วนของเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนธ.ค.2557 อยู่ที่ 1.57 แสนล้านดอลลาร์ ลดลงจากเดือนก่อน 1.4 พันล้านดอลลาร์ จากผลของการแปลงมูลค่าสินทรัพย์ในสกุลเงินอื่นเป็นดอลลาร์ ที่แข็งค่าขึ้นเป็นสำคัญ ส่วนยอดคงค้างการซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าสุทธิของดอลลาร์ ลดลงจากเดือนก่อน 600 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ณ วันที่ 30 ม.ค.2558 เงินสำรองระหว่างประเทศปรับลดลงมาอยู่ที่ 1.55 แสนล้านดอลลาร์
นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการ สำนักเศรษฐกิจมหภาค ธปท. กล่าวว่า เงินสำรองระหว่างประเทศของไทยถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่มั่นคงโดยมีสัดส่วนสูงกว่าหนี้ระยะสั้นถึง 2.7 เท่า และถ้านับจากหนี้ต่างประเทศทั้งหมด จะเห็นว่าเงินสำรองฯ ของไทยก็มียอดที่สูงกว่าด้วย
สำหรับในด้านของเงินฝากรวมตั๋วและเงินของสถาบันรับฝากเงินในเดือนธ.ค.2557 รายงานเศรษฐกิจการเงินของ ธปท. ระบุว่า ในเดือนธ.ค. มีการขยายตัว 4.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เร่งขึ้นจากเดือนก่อนที่ขยายตัว 2.8% ตามเงินฝากของภาคธุรกิจ และเงินฝากของผู้มีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลของฐานต่ำในปีก่อน
ขณะที่เงินฝากของภาคครัวเรือนขยายตัวใกล้เคียงกับเดือนก่อน สำหรับปริมาณเงินฝากใหม่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังสถาบันการเงินหลายแห่งทยอยออกผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษเพื่อระดมเงินฝากในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา
ส่วนสินเชื่อภาคเอกชนของสถาบันรับฝากเงินอื่นในเดือนธ.ค.2557 ขยายตัว 4.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ชะลอลงจากเดือนก่อนที่ขยายตัว 4.8% ตามสินเชื่อที่ปล่อยให้แก่ครัวเรือนและภาคธุรกิจ สินเชื่อครัวเรือนที่ชะลอลงส่วนหนึ่งเป็นเพราะสถาบันการเงินยังระมัดระวังในการให้สินเชื่อ
ประกอบกับผู้บริโภคบางส่วนยังมีภาระหนี้ในระดับสูง ด้านสินเชื่อภาคธุรกิจชะลอลงตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่เป็นไปอย่างช้าๆ ส่วนหนึ่งเนื่องจากธุรกิจขนาดใหญ่ยังระดมทุนผ่านหุ้นกู้อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาปริมาณสินเชื่อใหม่ของภาคธุรกิจเริ่มปรับสูงขึ้นบ้าง สอดคล้องกับความต้องการสินเชื่อธุรกิจที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน
สำหรับอัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากรวมตั๋วแลกเงิน (บี/อี) ของระบบธนาคารพาณิชย์ อยู่ในระดับ 95.8% ใกล้เคียงกับเดือนก่อน