วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market Focus

SET ขึ้นทดสอบ 1619 จุด

SET View

- แนวโน้มวันนี้เป็นบวก มองกรอบเคลื่อนไหว 1,600 – 1625 จุด

SET มีโอกาสแกว่งตัวขึ้นทดสอบจุดสูงสุดเดิมที่ 1619 จุดอีกครั้ง แม้ช่วงเปิดตลาดมีโอกาสถูกขายทำกำไรจากความคาดหวังเชิงลบต่อการขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติและสถาบันรวมกันราว 629 ล้านบาทเมื่อวาน แต่คาดกลุ่มพลังงานจะมีแรงเก็งกำไรกลับเข้ามาหลังราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้นอีกครั้งมาที่ US$55 ต่อบาร์เรล ส่วนกลุ่มธนาคารคาดมีการฟื้นตัวหลังผู้ว่าธปท.ยังยืนยันคาดการณ์จีดีพีไทยขยายตัว 4% ปีนี้ และส่งสัญญาณพร้อมลดอัตราดอกเบี้ยหากเศรษฐกิจผิดคาด ด้านภูมิภาคโดยภาพรวมยังได้อานิสงค์จากกรณีธนาคารกลางจีนประกาศปรับลดอัตรากันสำรองของธนาคารพาณิชย์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐวัดโดย US Dollar Index มีแนวโน้มอ่อนตัวลงตลอดทั้งสัปดาห์จะสนับสนุนการฟื้นตัวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์และตลาดหุ้นในระยะสั้น กอปรกับดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกกว่า 211 จุด (+1.2%) สนับสนุนจิตวิทยาการลงทุน ส่วนการที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ระงับสิทธิพิเศษแก่สถาบันทางการเงินกรีซในการใช้พันธบัตรรัฐบาลกรีซมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันจะไม่มีนัยต่อตลาดการเงินนอกยุโรป ภาพทางเทคนิคดูดีขึ้นเมื่อ SET ปิดบวกเหนือบริเวณ 1600 จุดได้เมื่อวาน จึงมีโอกาสขึ้นไปทดสอบ 1650 จุดในระดับสัปดาห์

- กลยุทธ์การลงทุน ระยะ 1-2 วัน หาก SET อ่อนตัวลงมาหาจังหวะเข้าลงทุน ไม่ไล่ราคา ปิดเหนือ 1619 จุดถือรอขาย

Top Daily Pick : SST (ผลการดำเนินงานปกติปี 58 จะเติบโตก้าวกระโดดจากการขยายสาขาธุรกิจอาหารเครือข่ายเพิ่ม โดยเฉพาะแฟรนไชส์ Greyhound ในต่างประเทศ /PTTGC (ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์-วัตถุดิบ มีแนวโน้มดีขึ้นและเป็น laggard play ในกลุ่มปิโตรเคมี)

Technical Pick : RS CSS PAF UV LH

Theme Play กลุ่มพลังงาน (BANPU PTT PTTEP PTTGC) ได้จิตวิทยาเชิงบวกต่อราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวและดอลลาร์อ่อน /กลุ่มรับเหมา (CK ITD STEC UNIQ) งบขนส่งทางรางปี 59 วงเงินกว่า 1.7 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 65%YoY รวมถึงโครงการขนาดใหญ่จะคืบหน้าในเดือนนี้ /กลุ่มธนาคาร (BBL KBANK SCB) คาดการณ์เศรษฐกิจฟื้นตัวและโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ย

- รายงานวันนี้

Result : ADVANC (ซื้อ / มูลค่าเหมาะสม 309 บาท) กำไรจากการดำเนินงานปกติ 4Q57 ดีตามคาด

Strategy Talk

- สถิติ February effect เสริมมุมมอง SET ขาขึ้นระยะ 1-2 เดือน

•ในทางสถิติ หากมองย้อนหลังไป 5 ปีตั้งแต่ปี 2553 พบว่า SET จะให้ผลตอบแทนเป็นบวกในเดือน ก.พ. ติดต่อกันทุกปีเฉลี่ยปีละ 4.1% และปรับตัวบวกต่อในเดือน มี.ค. ทุกปีอีกเฉลี่ยปีละ 3.8%

•คำอธิบายที่เราคาดว่ามีความเกี่ยวข้องกับสถิติดังกล่าวคือการประกาศผลประกอบการไตรมาส 4 ซึ่งจะเป็นงบปีของบริษัทจดทะเบียนที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือน ก.พ. ของแต่ละปี ทำให้หลังกลุ่มธนาคารและกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่อื่นๆทยอยประกาศช่วงต้นเดือน ก.พ. เสร็จสิ้นแล้ว นักลงทุนและผู้จัดการกองทุนก็จะปรับพอร์ทการลงทุนตามคำแนะนำของนักวิเคราะห์ที่จะหันมาประเมินทิศทางธุรกิจในปีใหม่นี้ โดยสลับมาเข้าถือหุ้นที่ตนสนใจ ขณะที่ช่วงก่อนประกาศงบนักลงทุนส่วนใหญ่จะไม่มีเหตุผลในการเร่งรีบเข้าซื้อถือหุ้นที่ตนสนใจในลักษณะถือครอง (Buy & Hold) นอกจากซื้อเพื่อเก็งกำไร (Speculative) กับงบที่จะออกเท่านั้น

•แม้ปัจจุบัน SET แกว่งตัวทดสอบแนวต้านที่ 1600 จุดมาหลายครั้ง และยังไม่เห็นการเลือกข้างที่ชัดเจน (การปิดของ SET วันนี้จะสร้างกราฟเทคนิครายสัปดาห์ที่สำคัญในการยืนยันทิศทาง) แต่ด้วยสถิตินี้จะเป็นปัจจัยเสริมมุมมองการปรับตัวขึ้นต่อของตลาดในระยะ 1-2 เดือนหลังจากนี้ ซึ่งหากสถิติเป็นจริงแปลว่าเรามีโอกาสเห็นหุ้นกลุ่มนำตลาดขนาดใหญ่จะพาให้ SET ไปต่อทดสอบจุดสูงสุดเดิมแถว 1650 จุดในระยะเดือนนี้ถึงเดือนหน้าได้ โดยอีกปัจจัยสนับสนุนที่ทำให้เราหันมาจับตาหุ้นใหญ่เนื่องจากในการเก็บข้อมูลหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุดประจำสัปดาห์ หุ้นขนาดเล็กที่มักติดโผต่อเนื่องเริ่มเปลี่ยนแปลงไม่มีรูปแบบที่ชัดเจนแล้ว สะท้อนว่าตลาดเตรียมจะเลิกเล่นหุ้นขนาดเล็กและผันเข้าหุ้นขนาดใหญ่แทนและจะทำให้ตลาดมีโอกาสการปรับทิศขึ้นหรือลงแรงหลังจากนี้ได้ โดยหุ้นใหญ่ที่น่าจับตามองคือการรีบาวด์ของกลุ่มพลังงานเป็นลำดับแรก และกลุ่มธนาคารในระยะถัดไป

•ในเชิงกลยุทธ์แนะนำให้นักลงทุนระยะกลาง-ยาวยังคงถือครองหุ้นต่อเพื่อไปรอขายทำกำไรเมื่อ SET ปรับขึ้นแถว 1650 จุดหรือสูงกว่า ส่วนนักลงทุนระยะไม่เกินสัปดาห์แนะนำหุ้นกลุ่มนำตลาดขนาดใหญ่ อาทิพลังงาน (BANPU PTT PTTEP PTTGC) /ธนาคาร (BBL KBANK SCB) และรับเหมาก่อสร้าง (CK ITD STEC UNIQ) ส่วนหลังงบออกให้จับตาหุ้นที่ผลประกอบการออกมาเติบโตดีและดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดจะมีโอกาส Outperform ตลาดโดดเด่น