บมจ.แพลน บี มีเดีย เคาะราคาไอพีโอที่ 2 บาท P/E 20 เท่า เปิดจองซื้อ 9-11 ก.พ. คาดเข้าเทรด 17 ก.พ.นี้
บมจ.แพลน บี มีเดีย (PLANB) กำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก(IPO)จำนวน 897,609,000 หุ้น ที่ราคา 2 บาท/หุ้น จากช่วงราคา 1.80-2.00 บาท/หุ้น และมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท คิดเป็นพี/อี 20 เท่า เปิดให้จองซื้อหุ้น 9-11 ก.พ.บริษัทฯ จะมีทุนจดทะเบียน 349.5 ล้านบาท ภายหลัง IPO ใช้ชื่อย่อในการซื้อขายว่า PLANB คาดว่าจะนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์(SET)ได้ในวันที่ 17 ก.พ.โดยมี บล.บัวหลวง เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
นายปรินทร์ โลจนะโกสินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PLANB เปิดเผยว่า การเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนมี บล.บัวหลวง เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่าย ร่วมกับผู้จัดจำหน่ายอีก 3 แห่ง คือ บล.ไทยพาณิชย์, บล.กสิกรไทย และ บล. ทิสโก้ ซึ่งการนำหุ้นสามัญของบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในครั้งนี้ เป็นการขยายธุรกิจให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้นและเพิ่มความสามารถในการนำเสนอนวัตกรรมสื่อที่ทันสมัยอยู่เสมอตลอดจนเพิ่มปริมาณสื่อภายนอกที่อยู่อาศัยให้ครอบคลุมและตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้ประโยชน์สูงสุด
PLANB เป็นผู้ให้บริการสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัยด้านนวัตกรรมที่มีความหลากหลาย และมีอัตราการเติบโตของรายได้รวมในอัตราสูงอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 42.7% ใน 3 ปี ล่าสุด (54-56) และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นสูงมากเช่นกัน เนื่องจากบริษัทมีสื่อโฆษณาที่มีความหลากหลายและทันสมัย โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.สื่อโฆษณาบนระบบขนส่งมวลชน (Transit Media) สื่อโฆษณาภายในและภายนอกตัวรถโดยสารประจำทางปรับอากาศทั่วกรุงเทพฯ กว่า 2,500 คัน 128 เส้นทาง สื่อโฆษณาในระบบรถไฟฟ้า MRT จำนวน 18 สถานี 19 ขบวน ทั้งในรูปแบบ Multimedia และ Static
2.สื่อโฆษณากลางแจ้ง (ภาพนิ่งและดิจิตอล) Outdoor Media ป้ายโฆษณาขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ ทุกประเภท ในพื้นที่สำคัญทั่วกรุงเทพฯ และ หัวเมืองใหญ่ สื่อโฆษณาดิจิตอล (จอ LED) ในกรุงเทพและหัวเมืองใหญ่ๆ ทั่วประเทศ ที่ตั้งอยู่ริมถนนสายหลักบนทางด่วนและภายนอกอาคาร ศูนย์การค้า ครอบคลุมพื้นที่ย่านธุรกิจและแหล่งชุมชน
และ 3. สื่อโฆษณาภายในห้างสรรพสินค้าทั้งภายในและภายนอกตัวอาคาร (Mall Media) ในศูนย์การค้าชั้นนำ อาทิ สยามพารากอน, สยามเซ็นเตอร์, เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์, เมกาบางนา, ดิจิตอลเกตเวย์ และห้างสรรพสินค้าในเครือเซ็นทรัลและเดอะมอลล์กรุ๊ป เป็นต้น
ปัจจุบัน สื่อโฆษณาของบริษัททั้ง 3 กลุ่ม สร้างรายได้กลุ่มละประมาณกว่า 30% หรือรวมกว่า 90% ของรายได้รวม ซึ่งเป็นโครงสร้างรายได้ที่มั่นคง มีเสถียรภาพ และสามารถขยายตัวได้ตามสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ บริษัทมั่นใจว่าภายหลังการระดมทุนในครั้งนี้ บริษัทจะมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และสามารถเพิ่มสินค้าและการบริการได้มากยิ่งขึ้น และจะรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง








