โบรกประเมิน "ทีทีเอ" อาจไม่เข้าลงทุน บางจาก ในส่วนที่เหลืออีก 12% เพราะจะรับรู้แค่เงินปันผลรับ
บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุว่าขณะนี้เริ่มเป็นที่ตั้งคำถามในตลาดหุ้นถึงกรณีที่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ได้ตัดสินใจขายหุ้นบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ BCP สัดส่วน 15% ให้กับกองทุนวายุภักษ์แล้ว จะเหลือสัดส่วนเพียง 12% และหากเป็นเช่นนี้ ทางด้านบริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA จะยังสนใจเข้าไปแข่งขันการซื้อต่อไปหรือไม่ เพราะหากเข้าถือหุ้นเพียง 12% จะบันทึกรายได้เพียงแค่เงินปันผลรับ หรือหากในกรณีไม่สนใจซื้อแล้ว จะนำเม็ดเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนไปลงทุนโครงการอะไร เพราะที่ผ่านมาจะเห็นว่าการเพิ่มทุนจำนวนมาก ส่งผลให้ผู้ถือหุ้นได้รับผลกระทบจากราคาหุ้นในกระดานหลักที่ปรับลดลง (Dilution Effect)
สำหรับรายละเอียดการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนให้ผู้ถือหุ้นเดิม และวอร์แรนท์คือ สัดส่วนให้ผู้ถือหุ้นเดิมเก่าต่อใหม่คือ 15 ต่อ 6 ที่ราคา 14 บาท และได้ TTA-W5 อีก 2 หน่วย คุณสมบัติวอร์แรนท์คือ อายุ 4 ปี ราคาใช้สิทธิ์ 18.50 บาท อัตราการใช้สิทธิ์ 1 ต่อ 1 กำหนดขึ้นเครื่องหมาย ไม่ได้รับสิทธิ์เพิ่มทุน(XR) วันที่ 5 ก.พ. 2558
นอกจากนั้น ยังกำหนดสัดส่วนสิทธิในการจองซื้อหุ้นไอพีโอของพีเอ็มทีเอ ที่สัดส่วน 37 หุ้นทีทีเอ ต่อ 1 หุ้นพีเอ็มทีเอ ราคาไอพีโออยู่ในช่วง 17-20 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้บริษัท พีเอ็ม โทรีเซน เอเชีย โฮลดิ้งส์ จะเสนอขายหุ้นไอพีโอจำนวน 35.42 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 10 บาท มาจากการเพิ่มทุนใหม่ 8.1 ล้านหุ้น และมาจากหุ้นที่ทีทีเอถืออยู่ 27.32 ล้านหุ้น
แหล่งข่าวจากบริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างศึกษาและสามารถเข้าไปลงทุนหลายโครงการการ ซึ่งเป็นโครงการที่มีอยู่ในแผนงานตั้งแต่แรกแล้ว เพียงแต่บริษัทจะจัดลำดับความสำคัญและความน่าสนใจที่ต้องการเข้าไปลงทุน หากโครงการใดไม่สามารถเข้าไปลงทุนได้แล้ว บริษัทก็ยังสามารถที่จะนำเงินเข้าไปลงทุนในโครงการอื่นๆ ต่อได้ ซึ่งในเร็วๆ นี้บริษัทจะมีการแจ้งลงทุนเพิ่มเติม แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้ว่าเป็นธุรกิจใด
ขณะที่ก่อนหน้านี้บริษัทความสนใจที่เข้าซื้อหุ้นของบริษัท บางจากปิโตรเลียม เนื่องจากบริษัทมีความสนใจที่จะเข้าลงทุนในธุรกิจโรงกลั่นอยู่แล้ว แต่หลังจากที่บริษัท ปตท. ตัดสินใจขายหุ้นบริษัท บางจากปิโตรเลียม 15% ให้กองทุนวายุภักษ์แล้ว ส่วนหุ้นอีก 12% ที่เหลือยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะยังเข้าไปลงทุนหรือไม่ เนื่องจากต้องรอหนังสือยืนยันความชัดเจนจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เสียก่อน
ด้านความเคลื่อนไหวราคาหุ้นของทีทีเอหลังจากขึ้นเครื่องหมาย XA เป็นวันแรก ปรากฏว่าราคาหุ้นปิดที่ 15.60 บาท ปรับตัวลดลง 1.10 บาท หรือ 6.59% จากวันก่อนหน้าซึ่งมีราคาปิดที่ 16.70 บาท โดยราคาในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมาขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 20.40 บาท ซึ่งคิดเป็นการปรับตัวลงกว่า 23.52%
สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทของปี 2557 มีรายได้รวม 22,956.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.63% จากปีก่อน มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักภาษี 2,431.49 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีผลขาดทุน 4,141.09 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,015.23 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีผลขาดทุน 5,080.22 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทรีเซนไทย กล่าวว่า เงินที่ได้รับจากการเพิ่มทุนทั้งหมด จะถูกนำไปใช้ในการขยายกิจการและแสวงหาโอกาสลงทุนที่สร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนให้กับ ทีทีเอ นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นของทีทีเอจะสามารถรักษาสัดส่วนการถือหุ้นด้วยการใช้สิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน (สัดส่วนการจัดสรร 15 หุ้นเดิมต่อ 6 หุ้นใหม่) ในราคาหุ้นละ 14 บาท ซึ่งเป็นราคาที่มีส่วนลดคิดเป็น 25% จากราคาถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก 30 วันย้อนหลังแล้ว ผู้ถือหุ้นยังจะได้รับใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นสามัญ (วอร์แรนท์) ครั้งที่ 5 (TTA-W5) ฟรีอีก 2 หน่วย พร้อมรับเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.25 บาท
นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นทีทีเอยังจะได้รับสิทธิในการจองซื้อหุ้น บริษัท พีเอ็ม โทรีเซน เอเชีย โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PMTA ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้ง คอมปานี ที่ลงทุนในบริษัท บาคองโค จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายปุ๋ยและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรชั้นนำในประเทศเวียดนาม โดยผู้ถือหุ้นทีทีเอจะได้รับสิทธิจองซื้อก่อนผู้ลงทุนทั่วไป ก่อนที่ PMTA จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่อไป









