ผู้ว่าเฟดสาขาคลีฟแลนด์ แนะเฟดขึ้นดอกเบี้ยครึ่งแรกของปีนี้ มั่นใจเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและยั่งยืน
เหตุปัจจัยพื้นฐานดีขึ้น ชี้สหรัฐไม่กระทบมากนักจากปัญหาเศรษฐกิจโลก ขณะน้ำมันดิบดิ่ง ช่วยครัวเรือนสหรัฐมีเงินเหลือใช้จ่ายหลายร้อยล้านดอลล์
นางลอเรตตา เมสเตอร์ ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาคลีฟแลนด์ กล่าวว่า เฟดควรขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครึ่งแรกของปีนี้ ในช่วงเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวอย่างมั่นคง โดยคาดว่าเศรษฐกิจปีนี้และปีหน้าจะขยายตัว 3% ขณะที่ตลาดแรงงานกระเตื้องขึ้นอย่างต่อเนื่อง ครัวเรือนและภาคธุรกิจไม่มีหนี้สินมากนัก อีกทั้งราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับต่ำซึ่งจะช่วยทำให้ผู้บริโภคมีเงินจับจ่ายมากขึ้น
นางเมสเตอร์ ระบุว่า สภาพการณ์เหล่านี้น่าจะเปิดโอกาสให้เฟดเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงเดือนมิ.ย.
"มีสัญญาณมากขึ้นว่าเศรษฐกิจกำลังมีแรงส่งมากขึ้น และการฟื้นตัวที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็วนั้น จะดำเนินไปอย่างยั่งยืน เพราะปัจจัยพื้นฐานดีขึ้น ครัวเรือนที่ต้องแบกรับสินเชื่อเพื่อการจดจำนองมีจำนวนน้อยลง ดุลชำระเงินภาคธุรกิจค่อนข้างดี บรรยากาศภาคธุรกิจเป็นไปในแง่บวกและเอื้อต่อการเพิ่มการลงทุนรวมถึงการเพิ่มการจ้างงาน" นางเมสเตอร์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม นางเมสเตอร์ไม่ได้อยู่ในคณะกรรมการกำหนดนโยบายของเฟด
ผู้ว่าการเฟดสาขาคลีฟแลนด์ยอมรับว่าเฟดจะมีปัญหาในการดันเงินเฟ้อให้ขึ้นถึงเป้าหมายที่ระดับ 2% ในอนาคตอันใกล้ เพราะราคาน้ำมันในตลาดโลกดิ่งลง ประกอบกับเศรษฐกิจยุโรปและประเทศอื่นอ่อนแอ
แต่นางเมสเตอร์ กล่าวว่า เธอรู้สึกว่าเศรษฐกิจสหรัฐไม่ได้รับผลกระทบมากนับจากปัญหาต่างๆ อีกทั้งราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ดิ่งลงยังหมายความว่าครัวเรือนสหรัฐจะเหลือเงินใช้จ่ายมากขึ้นหลายร้อยล้านดอลลาร์ในปีนี้และสามารถนำไปจับจ่ายสิ่งของอื่นๆ ได้ อันจะชดเชยการลงทุนในภาคน้ำมันที่ลดลงหรือการส่งออกที่ลดลงผลจากความต้องการที่ซบเซาในต่างประเทศ
ทั้งนี้ ในการประชุมเมื่อปลายเดือนที่แล้ว คณะกรรมการกำหนดนโยบายของเฟด แถลงว่าเฟดสามารถอดทนได้ก่อนเริ่มปรับนโยบายการเงินสู่ระดับปกติ อันนับเป็นการยืนยันถ้อยคำเดิมกับการประชุมเมื่อเดือนธ.ค.
สำหรับสภาพเศรษฐกิจนั้น เฟดระบุว่าช่วง 6 สัปดาห์นับจากการประชุมเมื่อเดือนธ.ค. ข้อมูลต่างๆ สะท้อนว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งนับเป็นการปรับใช้ถ้อยคำที่ดีขึ้นจากเดือนธ.ค.ซึ่งระบุว่าเศรษฐกิจขยายตัวปานกลาง ส่วนตลาดแรงงานนั้น เฟดระบุว่ามีการสร้างงานอย่างแข็งแกร่งและอัตราว่างงานลดลง
แถลงการณ์มีการระบุด้วยว่าจะติดตามพัฒนาการระหว่างประเทศ เพื่อประกอบการพิจารณาเกี่ยวกับการปรับขึ้นดอกเบี้ยด้วย อันถือเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนม.ค.2556 ที่เฟดพาดพิงถึงเศรษฐกิจต่างประเทศ เทรดเดอร์บางคนมองว่าถ้อยคำนี้เป็นสัญญาณว่าเฟดมีแนวโน้มจะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยออกไปจนถึงฤดูใบไม้ร่วง หรือประมาณช่วงปลายปี









