ราคาหุ้นมีโอกาสถูกขายทำกำไรระยะสั้น
คาด 4Q57 พลิกกลับเป็นขาดทุน
เราคาดว่าบริษัทจะมีผลประกอบการขาดทุนสุทธิใน 4Q57 ประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท ปัจจัยลบมาจากการรับรู้ผลขาดทุนในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) กลุ่มธุรกิจการกลั่น (BCP IRPC และ TOP) และกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมี (PTTGC) รวมทั้ง PTT มีผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์อีก 9 พันล้านบาท ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานเฉพาะของ PTT มีโอกาสอ่อนตัว QoQ เนื่องจากกำไรจากธุรกิจโรงแยกก๊าซฯ ที่ได้รับผลกระทบจากราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์ที่ลดลง แม้บริษัทจะมียอดขายก๊าซฯ รวมเพิ่มขึ้น 8.5%QoQจากการกลับมาเดินเครื่องเต็มกำลังผลิตก็ตาม ทำให้เราเชื่อว่าผลประกอบการจะพลิกกลับมาเป็นขาดทุนสุทธิใน 4Q57และทำให้กำไรสุทธิทั้งปี 2557 ลดลงเหลือ 5.7 หมื่นล้านบาท ต่ำสุดในรอบ 6 ปี
ขาย BCP ใกล้ได้ข้อสรุป
จากมติที่ประชุมคณะกรรมการของ PTT อนุมัติขายหุ้น BCP ให้กองทุนวายุภักษ์ 15% ส่วนที่เหลืออีก 12% ยังคงเปิดรับเสนอจากผู้ที่สนใจ คาดว่าจะข้อสรุปเร็วๆ นี้ การขายหุ้น BCP เป็นความตั้งใจของ PTT ในการลดสัดส่วนการถือหุ้นในธุรกิจโรงกลั่นในประเทศลง ซึ่งนอกจาก BCP แล้ว ยังมีแผนที่จะนำโรงกลั่น SPRC เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (ภายใน 2H58) โดยในกรณีของ BCP เราคาดว่าบริษัทจะมีกำไรจากการขายหุ้น BCP (หลังหักภาษี) อยู่ที่ 5.1 – 5.7 พันล้านบาท (สมมติฐานราคาขายเฉลี่ยที่ 32 – 34 บาท) คิดเป็น 8% - 9% ของประมาณการปี 2558 อย่างไรก็ตามเรามองว่าไม่มีนัยสำคัญต่อประมาณการและมูลค่าเหมาะสมเนื่องจากการรับรู้รายได้จากธุรกิจการกลั่นของ PTT จะลดลงเฉลี่ย 1 พันล้านบาทต่อปี จากการขายหุ้นในครั้งนี้ (เราคาดกำไรสุทธิ BCP เฉลี่ย 4.5 พันล้านบาทต่อปี ระหว่างปี 2558 – 62)
แนะนำ “เก็งกำไร”
ราคาหุ้นในปี 2558 ปรับเพิ่มกว่า 17% โดยเฉพาะในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัว หลังจากลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 42 เหรียญต่อบาร์เรล กลางเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ในมุมมองของเราเชื่อว่าราคาหุ้นในระยะสั้นมีโอกาสที่จะถูกขายทำกำไร เนื่องจากการปรับเพิ่มของราคาน้ำมันในรอบนี้ ยังคงอยู่ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงเดิมๆ ที่ยังคงมีอยู่โดยเฉพาะปัญหา Over supply ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนหุ้นในกลุ่ม PTT ทั้งหมด (PTT PTTEP BCP IRPC และ PTTGC) เรายังมีโอกาสปรับประมาณการกำไรสุทธิ และมูลค่าเหมาะสมของ PTT จาก (1) การรับรู้กำไรจากการขาย BCP และการทำ IPO โรงกลั่น SPRC และโรงไฟฟ้า GPSC และ (2) การปรับเพิ่มราคา NGV ซึ่งเราประเมินว่าทุก 1บาทต่อกิโลกรัม จะได้มูลค่าเหมาะสมเพิ่ม 9 บาท ขณะที่การปรับเพิ่มของราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมา ทำให้Upside เริ่มจำกัด ทำให้เราปรับคำแนะนำจาก “ซื้อ” มาเป็น “เก็งกำไร”







