วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market Focus

SET ทดสอบจุดสูงสุดใหม่เหนือ 1610 จุด

SET View

- แนวโน้มวันนี้เป็นบวก มองกรอบเคลื่อนไหว 1,600 – 1615 จุด

SET มีโอกาสรีบาวน์ต่อเนื่องจากจิตวิทยาการลงทุนที่ดีขึ้นหลังนักลงทุนต่างชาติและสถาบันกลับมาซื้อสุทธิรวมกันกว่า 3.2 พันล้านบาท ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้นต่อเนื่องมาที่ US$55 ต่อดอลลาร์ (+20% จากสัปดาห์ก่อน) ทำให้กลุ่มพลังงานจะมีแรงเก็งกำไรต่อเนื่อง แต่จะผันผวนมากขึ้นหลังปรับขึ้นมาแรงช่วงสองวันนี้ สลับกลับแรงเก็งกำไรหุ้นกลุ่มธนาคารต่อความคาดหวังเชิงบวกการฟื้นตัวเศรษฐกิจ หลังตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไปเดือนม.ค.ติดลบ รวมถึงความคาดหวังเชิงบวกต่อการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในครั้งถัดไปที่จะทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ดีขึ้น รวมถึงแรงเก็งกำไรผลประกอบการปี 57 รายตัวโดยเฉพาะกลุ่มสื่อสารที่จะทยอยประกาศงบในสัปดาห์หน้า ฝั่งภูมิภาคดูดีขึ้นหลังดัชนีดาวโจนส์ปรับขึ้นมาแรงกว่า 305 จุด (+1.7%) เมื่อวานต่อเนื่องจากวันก่อนหน้าตามแรงซื้อกลับในหุ้นกลุ่มพลังงาน ขณะที่ดัชนีความกลัว VIX Index ปรับตัวลงมาที่ 17% ใกล้ระดับปกติที่ 13% ทางเทคนิคเกิดสัญญาณกลับตัวเมื่อวานนี้หลังเปิด Gap บริเวณ 1590 จุด และหากปิดเหนือจุดต่ำสุดเดิมบริเวณ 1610 จุดก็มีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้านสำคัญบริเวณ 1650 จุดในระดับสัปดาห์

- กลยุทธ์การลงทุน ระยะ 1-2 วัน กรณี SET ยืนเหนือ 1597 จุด หาจังหวะขึ้นขาย-ลงซื้อ แต่หากเปิดกระโดดเหนือ 1610 จุดควรทยอยขายทำกำไร ระยะกลางเน้นถือครองหุ้นเพื่อไปรอขายแถว 1650 จุดหรือสูงกว่า

Top Daily Pick : TCAP (ซื้อขายเพียง 0.8xP/BV ต่ำสุดในกลุ่มธนาคาร โครงการซื้อหุ้นคืน 56.43 ล้านหุ้น วงเงินไม่เกิน 1.4 พันล้านบาท ช่วยจำกัด Downside) /UNIQ (หนึ่งในผู้รับเหมารายใหญ่ที่มีโอกาสได้งานประมูลรถไฟฟ้ามากสุด)

Technical Pick : SIRI PERM MIDA LH CPALL

Theme Play : กลุ่มพลังงาน (PTTEP PTTGC) จิตวิทยาเชิงบวกจากราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นต่อเนื่อง /กลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ (BBL KBANK SCB) ความคาดหวังเชิงบวกต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจ /กลุ่มรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ (CK STEC ITD UNIQ) ความคืบหน้าการประมูลงานขนาดใหญ่จะเริ่มชัดเจนในเดือนนี้ /กลุ่มสื่อสารที่คาดว่างบ 4Q57 ประกาศสัปดาห์หน้าจะออกมาดี (ADVANC INTUCH) /Weekly Outperformers (JMART TPIPL SINGER MK PRIN NWR AAV WORK TPOLY CCET TRC IFEC)

- รายงานวันนี้

Preview : SPALI (ซื้อ / มูลค่าเหมาะสม 32.70 บาท) กำไร 4Q57 เติบโตเด่นกว่าทุกไตรมาส

Strategy Talk

ความคาดหวังการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายกลับมาอีกครั้ง

•เรามองว่าการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไปเดือนม.ค. ที่ -0.4%YoY ติดลบครั้งแรกในรอบ 5 ปี ส่งผลให้โอกาสปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงจากระดับ 2% ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เดือนมี.ค.และเม.ย.มีความเป็นไปได้มากขึ้นเนื่องจาก (1) อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของไทยอยู่ในระดับสูงอันดับ 2 ในภูมิภาครองจากอินเดีย (อิงกับข้อมูล BofAML ในเดือนธ.ค.) ด้วยทิศทางราคาพลังงานที่ปรับลดลง จะยิ่งส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของไทยปรับสูงขึ้น หากธนาคารกลางอินเดียมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนเม.ย.จะยิ่งทำให้ส่วนต่างถ่วงมากขึ้น เอื้อต่อเงินไหลเข้ามาเก็งกำไรจะผลักดันให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นและไม่เป็นผลดีต่อภาคส่งออกที่จะเริ่มเร่งตัวในช่วง 2Q58 (2) การปรับเปลี่ยนเป้าหมายนโยบายการเงินจากการใช้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core inflation) มาใช้อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline inflation ซึ่งรวมพลังงานและอาหารสด) ตั้งแต่เดือน ม.ค. ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปออกนอกกรอบเป้าหมาย ( +1% ถึง +4% ต่อปี) อย่างชัดเจน และมีแนวโน้มห่างจากเป้าหมายในช่วง 1-2 ไตรมาสข้างหน้าเมื่อพิจารณาจากราคาพลังงานยังมีทิศทางทรงตัวไปจนถึงปรับตัวลง

•เชิงกลยุทธ์เรามองว่าหากมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงมาจะส่งผลให้สภาพคล่องส่วนเกินในตลาดการเงินดีขึ้นและเป็นบวกต่อบรรยากาศลงทุนในตลาดหุ้นโดยรวม โดยเฉพาะกลุ่มที่จะได้ประโยชน์โดยตรงคือผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เน้นไปยังกลุ่มลูกค้าผู้มีรายได้น้อยที่มีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย (LPN LPN) และธนาคารขนาดเล็กที่มีสัดส่วนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยตายในสัดส่วนสูง (TISCO TCAP) จะได้ประโยชน์จากต้นทุนดอกเบี้ยเงินฝากปรับลดลงเร็วกว่าดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืม และกลุ่มที่ได้ประโยชน์ทางอ้อมคือกลุ่มที่มีแสเงินสดจากการดำเนินงานสม่ำเสมอและนักวิเคราะห์ใช้วิธีส่วนลดกระแสเงินสด (DCF) ในการประเมินมูลค่า อาทิ กลุ่มสื่อสาร (ADVANC DTAC INTUCH THCOM) และกลุ่มโรงไฟฟ้า (EGCO RATCH)

สรุปเราเชื่อว่านักลงทุนจะกลับมาให้ความสนใจหุ้นกลุ่มนี้อีกครั้งเมื่อเข้าใกล้ช่วงการประชุม กนง.ครั้งต่อไป (11 มี.ค.และ 29 เม.ย. ตามลำดับ)