วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทัวร์จีนเมินเหตุระเบิด คงแผนเดินทางตรุษจีน

ททท.ยันต่างประเทศไม่ยกระดับการเตือนเดินทางนักท่องเที่ยวเข้าไทย เหตุระเบิดหน้าสยามพารากอน

เผยตลาดใหญ่ "จีน" ไม่พบยกเลิกเดินทางช่วงเทศกาลตรุษจีน ด้านทัวร์ปรับแผนจัดเส้นทางชอปปิงเลี่ยงจุดเกิดเหตุ ขณะที่ "แบงก์ชาติ" ชี้กระทบระยะสั้น มั่นใจเรียกความเชื่อมั่นหากรัฐคลี่คลายคดีได้เร็ว

หลังจากการเกิดเหตุการณ์ระเบิด 2 ครั้ง ในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน บริเวณด้านหน้าห้างสรรพสินค้า สยามพารากอน เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ทำให้หลายฝ่ายจับตาดูถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมา โดยเฉพาะตลาดท่องเที่ยวต่างชาติที่มักมีความอ่อนไหวกับเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตามล่าสุดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมายืนยันว่ายังไม่เห็นสัญญาณผลกระทบที่ชัดเจนแต่อย่างใด

นายศุกรีย์ สิทธิวณิช รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ขณะนี้ ททท. ได้ติดตามการประกาศเตือนนักท่องเที่ยวจากสถานทูตประเทศต่างๆ ในไทยไปยังประชากรในประเทศตัวเองอย่างใกล้ชิด แต่ล่าสุดพบว่ายังไม่มีประเทศใดที่มีการยกระดับคำเตือนเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตามพบว่ามีบางประเทศ คือ สหรัฐ และกลุ่มประเทศในยุโรปเกือบทั้งหมดได้แจ้งข่าวสารเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้นักท่องเที่ยวในประเทศทราบแล้วเท่านั้น

ขณะที่ตลาดใหญ่อย่างจีน ซึ่งช่วงนี้ใกล้เทศกาลสำคัญคือ ตรุษจีน ที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยจำนวนมากนัก ก็ยังไม่เห็นสัญญาณแสดงความเป็นห่วงและกังวลที่ผิดปกติแต่อย่างใด จึงคาดว่าจะไม่มีปัญหาต่อการเตรียมเดินทางเข้ามาในช่วง 19 ก.พ.นี้ไปต้นไป

ทัวร์จัดเส้นทางช้อปเลี่ยงจุดเกิดเหตุ

ด้านนายเกษียร วัฒนเชาวน์พิสุทธิ์ นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย-จีน กล่าวว่า ขณะนี้ได้ตรวจสอบตลาดจีนที่เตรียมเข้ามาท่องเที่ยวไทยในช่วงเทศกาลตรุษจีน พบว่าไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ระเบิดแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีความรุนแรงมากนัก โดยมีเพียบเอเยนต์ทัวร์คู่ค้าสอบถามรายละเอียดเหตุการณ์เข้ามาเล็กน้อยเท่านั้น แต่ไม่มีการยกเลิกการจองแพ็คเกจทัวร์ที่มีการซื้อขายล่วงหน้าจนเต็ม 100% ไปก่อนหน้าแล้ว

อย่างไรก็ตาม เพื่อความสบายใจของลูกค้า บริษัทนำเที่ยวบางแห่งตัดสินใจปรับโปรแกรม ด้วยการหลีกเลี่ยงเส้นทางชอปปิงในย่านที่เกิดเหตุออกไปก่อน และเตรียมพาลูกค้าทัวร์ไปย่านอื่นๆ แทน

ทั้งนี้โดยปกติตลาดจีนผ่านทัวร์ที่เข้ามายังกรุงเทพฯ และต้องแวะชอปปิงย่านสยามสแควร์มีอยู่ประมาณ 20-30% แต่ประเมินว่าจะไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด เพราะกรุงเทพฯ ยังคงมีแหล่งชอปปิงอื่นๆ รองรับอีกหลายแห่ง

ดังนั้น สำหรับเทศกาลตรุษจีน 10 วันปีนี้จึงคาดว่า จะมีนักท่องเที่ยวจีนมาไทยผ่านบริษัทนำเที่ยวประมาณ 2 แสนคน ทำรายได้ 6,000 - 10,000 ล้านบาท เป็นไปตามที่เคยประเมินไว้ก่อนหน้านี้

“ปกติตลาดจีนที่นิยมชอปปิงย่านดังกล่าวมี ไต้หวัน กับ ฮ่องกง เป็นหลัก รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางด้วยตัวเอง (FIT) จากจีนแผ่นดินใหญ่ที่ยังมีสัดส่วนไม่มาก แต่การมีแหล่งชอปปิงอื่นในละแวกใกล้เคียงและแหล่งอื่นๆ รองรับอยู่แล้ว จึงคาดว่าจะไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด”

ระเบิดส่งกระทบระยะสั้น

นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่าเหตุระเบิดที่บริเวณหน้าสยามพารากอน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องติดตามดูอีกระยะว่าจะมีผลกระทบมากน้อยแค่ไหน ซึ่งระยะสั้นอาจสร้างความตื่นตระหนกบ้าง แต่ถ้ารัฐบาลสามารถหาผู้กระทำความผิดและชี้แจงข้อสงสัยของประชาชนได้อย่างรวดเร็ว คิดว่าจะสามารถเรียกความเชื่อมั่นของคนก็จะกลับมาได้เร็วเช่นกัน

"ต้องขึ้นกับว่าการดำเนินการของภาครัฐจะเป็นอย่างไร สามารถสืบหาหรือดำเนินการได้เร็วแค่ไหน ตอนนี้ยังถือเป็นเหตุการณ์เดียว ซึ่งไม่น่าจะสร้างความกังวลอะไรมากนัก และรัฐบาลเองก็พอทราบผู้กระทำความผิดอยู่แล้ว คงต้องรอดูว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไป" นายเมธีกล่าว

หวั่นประกันต่างชาติไม่รับต่อ

นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า ขณะนี้เร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบที่มีต่อภาคธุรกิจประกันภัย เพราะยังไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงของเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น และเป็นการเกิดเหตุเพียงพื้นที่เดียว และความเสียหายไม่ได้รุนแรง แต่ธุรกิจประกันต้องใช้ความชัดเจน จึงจะรู้ว่าได้รับผลกระทบกับอัตราเบี้ยประกันหรือไม่

ส่วนประกันการท่องเที่ยว ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพราะไทยยังติดกฎอัยการศึกอยู่ ทำให้ประกันต่างประเทศ อาจไม่รับประกันให้ ซึ่งทางสมาคมก็อยู่ระหว่างรอข้อเสนอที่ยื่นให้ทางการพิจารณาเรื่องการทำประกันให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาแทน แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ

นายรัฐพล กิติศักดิ์ไชยกุล กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทเอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยังไม่สามารถระบุได้ว่า จะทำให้เบี้ยประกันภัยแพงขึ้นหรือไม่ เพราะต้องรอดูความชัดเจนจากทางการว่า เป็นเหตุก่อการร้ายจริงหรือไม่

ด้านนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ส่วนกรณีการคงกฎอัยการศึก มองภาครัฐยังคงห่วงในหลายประเด็น ซึ่งจะยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงอย่างไร ขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะเห็นเหมาะสม แต่โดยส่วนตัวเห็นว่าหากเปลี่ยนมาใช้กฎหมายอื่นเข้ามาทดแทนกฎอัยการศึกได้ก็จะส่งผลดีต่อภาพพจน์ของประเทศมากกว่า

ส่วนนายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่มีคนบาดเจ็บ และไม่รุนแรง จึงยังไม่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ และหากไม่เกิดเหตุขึ้นอีก ก็มั่นใจว่าจะไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นของต่างชาติ