วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอกชนมั่นใจปีนี้ไทยยังครองแชมป์ส่งออกข้าว

"เจริญ" มั่นใจไทยยังครองแชมป์ส่งออกข้าวปี 58 ด้วยปริมาณ 10 ล้านตันต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ปี 2557 ไทยส่งออกข้าวสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ปริมาณ 10,969,360 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ร้อยละ 65.9 ส่วนมูลค่าการส่งออกปี 2557 อยู่ที่ 174,855 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 30.6

ส่วนปี 2558 สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยคาดว่าจะส่งออกข้าวได้ปริมาณ 10 ล้านตัน แม้จะลดลงจากปีที่ผ่านมา แต่เชื่อว่าจะยังเป็นแชมป์ส่งออกข้าวต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ขณะที่กระทรวงเกษตรของสหรัฐ หรือ USDA คาดว่าปีนี้ไทยจะส่งออกข้าวมากที่สุดของโลกถึง 11.3 ล้านตัน ตามด้วยอินเดีย ปริมาณ 8.7 ล้านตัน และเวียดนาม 6.7 ล้านตัน ปากีสถาน 3.9 ล้านตัน และสหรัฐ 3.4 ล้านตัน สาเหตุมาจาก USDA คาดว่าไทยยังมีข้าวในสตอกมากกว่า 17 ล้านตัน จึงน่าจะเร่งระบายออกมามาก แต่สมาคมฯ มองว่าการระบายข้าวในสตอกของรัฐบาลปีนี้น่าจะทำได้ดีที่สุดเพียง 3 ล้านตัน ต่ำกว่าเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดไว้ว่าจะระบายข้าวให้ได้เฉลี่ยเดือนละ 1 ล้านตัน ซึ่งเป็นไปได้ยาก เพราะตลาดไม่มีความต้องการข้าวมากขนาดนั้น และหากระบายมากจะกระทบต่อราคาข้าวในประเทศ รวมทั้งปริมาณสตอกและผลผลิตข้าวของประเทศผู้ส่งออกสำคัญ เช่น เวียดนาม และอินเดีย ยังมีปริมาณมาก และมีการส่งออกต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ข้าวไทยยังเผชิญปัจจัยลบอีกหลายด้าน เนื่องจากหลายประเทศเห็นว่าไทยเริ่มกลับมาทำตลาดข้าวจึงพากันปรับลดราคาข้าวลง ทำให้เกิดการแข่งขันสูง ประกอบกับสถานการณ์เงินบาทแข็งค่า ทำให้ข้าวไทยแพงกว่าคู่แข่ง อีกทั้งภาวะภัยแล้งในไทยคาดว่าจะฉุดผลผลิตข้าวนาปรังลดลงร้อยละ 30 เหลือเพียง 6-7 ล้านตัน นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่ลดลงยังส่งผลให้กำลังซื้อของหลายประเทศที่นำเข้าข้าวไทยลดลงตามไปด้วย จึงคาดว่าราคาข้าวปีนี้ยังอยู่ในทิศทางขาลง

สำหรับการค้าข้าวของโลกปี 2558 คาดว่าจะมีปริมาณ 42.6 ล้านตัน เท่ากับปี 2557 ส่วนประเทศผู้นำเข้าข้าว คาดว่าปี 2558 ประเทศจีนจะยังคงนำเข้าข้าวมากเป็นอันดับ 1 ปริมาณ 4.3 ล้านตัน ตามมาด้วยประเทศไนจีเรียปริมาณ 3.5 ล้านตัน ฟิลิปปินส์ปริมาณ 1.7 ล้านตัน อิหร่านปริมาณ 1.7 ล้านตัน และอิรักปริมาณ 1.5 ล้านตัน เป็นต้น

นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า รู้สึกแปลกใจที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาระบุว่าค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจากช่วงปลายปีเฉลี่ยอยู่ที่ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะนี้อยู่ที่ 32.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐเป็นระดับอัตราที่เหมาะสมไม่จำเป็นต้องเข้าไปแทรกแซงค่าเงินแต่อย่างใด ถือว่า ธปท.คิดผิด และอยากให้เข้ามาอยู่ในภาคธุรกิจบ้าง ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเฉลี่ย 80 สตางค์ หากคิดคำนวณข้าว 1 ตัน ขาดทุนจากค่าเงินถึงตันละ 25 ดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้น หน่วยงานภาครัฐที่กำกับดูแลจะต้องบริหารและจัดการใหม่ ยิ่งคำแนะนำให้บริหารความเสี่ยงค่าเงินด้วยการประกันสินค้า ที่ผ่านมาทำอยู่แล้ว