การขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐลดลงเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่บริษัทน้ำมันได้ปิดแท่นขุดเจาะน้ำมันเกือบ100แห่ง
ข้อมูลจากการนับแท่นขุดเจาะน้ำมันของ Baker Hughes Inc พบว่าลดลง 94 แห่ง ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้แก่เทรดเดอร์ และทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นกว่า 8% ขณะเดียวกันก็ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มบริษัทขุดเจาะน้ำมันและบริษัทน้ำมันพุ่งขึ้น และเป็นการลดลงมากที่สุดเมื่อเทียบรายสัปดาห์นับตั้งแต่ปี 2530
แท่นขุดเจาะน้ำมันลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 8 ติดต่อกัน สู่ระดับ 1,223 แห่ง เป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่ปี 2555 โดยลดลง 24% จากระดับสูงสุดเดือนต.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์หลายคนคาดว่าจะลดลงอีก
"บริษัทหลายแห่งที่พิจารณาว่าจะปรับลดการนับจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันลงนั้น ไม่สามารถปล่อยแท่นขุดเจาะดังกล่าวได้ เพราะติดสัญญาอยู่" นายพาเวล มอลชานอฟ นักวิเคราะห์จากเรย์มอนด์ เจมส์กล่าว
"ในหลายๆ กรณี อาจจะใช้เวลา 3-4 เดือน บางครั้งอาจจะใช้เวลาถึง 6 เดือนก่อนที่สัญญาจะสิ้นสุดลง นี่ผ่านมา 2 เดือนแล้ว จึงพูดได้ว่า จำนวนแท่นขุดเจาะอาจจะลดลงมากขึ้น"
แท่นขุดเจาะน้ำมันลดลง 49-61 แท่นในรอบ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่การดิ่งลง 7 เดือนของราคาน้ำมันทำให้ราคาน้ำมันดิบสหรัฐร่วงต่ำกว่า 50 ดอลลาร์/บาร์เรล ทำให้บริษัทพลังงานต้องเลื่อนโครงการต่างๆ ออกไป และยกเลิกสัญญาแท่นขุดเจาะเพื่อประหยัดเงิน
จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันกำลังลดลงอย่างรวดเร็วมากกว่าจำนวนแท่นขุดก๊าซธรรมชาติหลังจากราคาดิ่งลงในปี 2551
สำหรับ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียท ส่งมอบเดือนมี.ค.ในตลาดสิงคโปร์ ลดลงวานนี้ (2 ก.พ.) 1.35 ดอลลาร์ ที่ระดับ 46.89 ดอลลาร์ ผลจากดีลเลอร์เทขายเพื่อทำกำไรหลังจากราคาพุ่งขึ้น 3.71 ดอลลาร์เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนต์ลดลง 1.41 ดอลลาร์ ที่ระดับ 51.58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ขยับขึ้นมายืนเหลือ 51 ดอลลาร์/บาร์เรลอีกครั้ง หลังจากร่วงลงไป
นักวิเคราะห์กล่าวว่าราคาน้ำมันยังเผชิญแรงกดดัน เพราะมีความวิตกเกี่ยวกับการนัดหยุดงานตามโรงกลั่นในสหรัฐ ซึ่งอาจทำให้การแปรรูปน้ำมันดิบตึงตัว โดยสหภาพแรงงานยูไนเตดสตีลเวิร์กเกอร์ ซึ่งเป็นตัวแทนของพนักงานประจำโรงกลั่น ท่อส่งน้ำมัน และโรงงานเคมีกว่า 200 แห่ง ได้ผละงานเมื่อวันอาทิตย์ (1 ก.พ.) โดยโรงกลั่นที่คนงานผละงานนั้นผลิตน้ำมันวันละ 1.82 ล้านบาร์เรล หรือ 10% ของศักยภาพการผลิตของสหรัฐ
สำหรับ ราคาหุ้นกลุ่มพลังงานดิ่งลงพร้อมกับราคาน้ำมันดิบ ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบรูดลงมาแล้วราว 60% นับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2557 โดยการดิ่งลงของราคาน้ำมันดิบในช่วงนี้ ส่งผลให้นักวิเคราะห์ปรับลดตัวเลขคาดการณ์ผลกำไรของบริษัทพลังงานลงอย่างรุนแรงในส่วนของผลกำไรไตรมาส 4/2014 และผลกำไรปี 2557
นักวิเคราะห์คาดว่า บริษัทกลุ่มพลังงานอาจมีผลกำไรดิ่งลง 25% ในไตรมาส 4/2014 ซึ่งรุนแรงกว่าที่เคยคาดการณ์กันไว้ในช่วงต้นปีนี้
นอกจากนี้ บริษัทกลุ่มพลังงานอาจมีผลกำไรร่วงลงเกือบ 45% ตลอดทั้งปี 2557 ซึ่งรุนแรงกว่าอัตราการดิ่งลงที่ 23.3 % จากที่เคยคาดการณ์ไว้ในช่วงต้นปีนี้







