พาณิชย์เผยเงินเฟ้อเดือนม.ค.ติดลบครั้งแรกในรอบ5ปี4เดือน เหตุราคาพลังงาน-อาหารลด เตรียมปรับเป้าหมายเงินเฟ้อปีนี้
รอประเมินราคาน้ำมัน คาดต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่ 1.8-2.5% ด้านนักเศรษฐศาสตร์ชี้เงินเฟ้อพื้นฐานเป็นบวก ยังไม่เกิดภาวะเงินฝืด
นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กล่าวว่าดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปหรือเงินเฟ้อ ในเดือนม.ค. 2558 มีค่าเท่ากับ 106.02 ลดลง 0.59% เทียบกับเดือนธ.ค. 2557 และ ลดลง 0.41% เทียบกับม.ค. 2557 ซึ่งเป็นการติดลบครั้งแรกในรอบ 5 ปี 4 เดือน นับตั้งแต่เดือนก.ย. 2552
ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานของประเทศในเดือน ม.ค. เท่ากับ 105.56 สูงขึ้น 0.16% เทียบกับเดือนธ.ค. 2557 ที่ผ่านมา สูงขึ้น 1.64%เทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน
"เงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งจากนี้ไปจะไม่มีการรายงานอีกแล้วตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ที่ผ่านมา ที่ให้ใช้เงินเฟ้อทั่วไปแทนเพราะสะท้อนสภาพที่แท้จริงมากกว่า"
“เงินเฟ้อลดลง 0.41% เป็นเงินเฟ้อที่ปรับตัวลดลง จากเดือนก่อนที่ 0.60% เนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงขายปลีกภายในประเทศโดยเฉลี่ยปรับตัวลดลง และการลดลงของค่ากระแสไฟฟ้า จากการปรับลดลงของอัตราค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ(Ft) รวมทั้งราคาอาหารสดที่สำคัญประเภทไข่ไก่ เนื้อสุกร ไก่สด ผลไม้ และผักสดบางชนิดราคายังคงปรับลดลงตามนโยบายและมาตรการดูแลค่าครองชีพของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม การปรับลดลงครั้งนี้ยังไม่น่าเป็นห่วง โดยกระทรวงพาณิชย์กำลังจะปรับเป้าหมายเงินเฟ้อปี 2558ใหม่เพื่อให้สะท้อนราคาน้ำมันที่แท้จริง ซึ่งจะดำเนินการเสร็จสิ้นก.พ.นี้ ” นายสมเกียรติ กล่าว
ทั้งนี้ เป้าหมายเงินเฟ้อในปี 2558 คาดว่าจะอยู่ที่ 1.8-2.5% แต่ผลจากราคาน้ำมันที่ลดลง ได้มีการติดตามผลระยะหนึ่งและจะปรับเป้าหมายเงินเฟ้อใหม่ โดยสมมติฐานปัจจุบันยังอยู่ที่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี)ขยายตัว 4-5% ราคาน้ำมัน บาร์เรลละ 90-110 ดอลลาร์ อัตราแลกเปลี่ยน 31-34 บาทต่อดอลลาร์ และรัฐยังคงมาตรการดูแลค่าครองชีพต่อไป ทั้งนี้คาดว่าจะมีแนวโน้มเป้าหมายเงินเฟ้อลดลง โดยเบื้องต้นประเมินว่าราคาน้ำมันน่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากราคาปัจจุบันที่ลดต่ำลงอยู่ที่ 40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า เงินเฟ้อผิดคาดเล็กน้อยเพราะกระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยแต่เงินเฟ้อกลับลดลง จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเพราะหากเงินเฟ้อติดลบต่อเนื่อง 6 เดือน จะเข้าขั้นภาวะเงินฝืดได้
"แม้ว่าในเดือนม.ค.นี้เงินเฟ้อทั่วไปจะลดลงแต่เงินเฟ้อพื้นฐานยังขยายตัว สถานการณ์ยังไม่น่าห่วงเพราะเป็นเหมือนกันทั่วโลกแต่คิดว่าไทยจะยังไม่เกิดภาวะเงินฝืดเหมือนยุโรป"
ด้านนายจิรเทพ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่าตัวเลขเงินเฟ้อที่ออกมาถือว่าเป็นไปตามที่ ธปท.คาดการณ์ไว้ โดยมีสาเหตุสำคัญจากราคาน้ำมันตัวลดลงตามราคาของน้ำมันในตลาดโลก
สำหรับกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อปี 2558 กำหนดให้อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั่วไปทั้งปีอยู่ที่ 2.5%-1.5% หรืออยู่ในกรอบระหว่าง 1-4% ซึ่งตัวเลขเงินเฟ้อเดือนม.ค. 2558 แม้ว่าจะออกมาติดลบ แต่ยังไม่ถือว่าหลุดกรอบเป้าหมายของ ธปท. เนื่องจากเป้าหมายของ ธปท. เป็นการกำหนดเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี
“เงินเฟ้อที่ออกมาติดลบ เป็นผลมาจากด้านอุปทานคือราคาน้ำมัน ไม่ได้เป็นผลโดยตรงมาจากอุปสงค์”นายจิรเทพกล่าว
นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่าหากถ้าตัดปัจจัยเรื่องราคาน้ำมันออกไป ดัชนีเงินเฟ้อยังคงปรับขึ้นอยู่ สะท้อนจากดัชนีเงินเฟ้อพื้นฐานที่เพิ่มขึ้น 1.6% ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยยังไม่ได้ใกล้เคียงกับภาวะเงินฝืด
“ถ้าดูเงินเฟ้อพื้นฐานที่ไม่ได้รวมราคาน้ำมัน ตัวเลขเดือนม.ค.ยังเป็นบวก ไม่ว่าจะเทียบแบบช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนว่าอุปสงค์ของคนไม่ได้หายไป คนยังไม่ได้รัดเข็มขัด ดังนั้นจึงไม่น่าจะเรียกว่าเป็นภาวะเงินฝืด”นายเชาว์กล่าว









