SET รีบาวน์ทดสอบ 1590 จุด
SET View
- แนวโน้มวันนี้เป็นบวก มองกรอบเคลื่อนไหว 1,570 – 1,590 จุด
SET มีโอกาสรีบาวน์ระยะสั้น โดยหุ้นกลุ่มพลังงานจะช่วงพยุงดัชนีตามการรีบาวน์ของราคาน้ำมันดิบ ล่าสุดราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้นมาที่ US$53 ต่อบาร์เรลหรือเพิ่มขึ้น 15% จากจุดต่ำสุดสัปดาห์ก่อน ขณะที่สหรัฐรายงานตัวเลขการใช้จ่ายของผู้บริโภคเดือนธ.ค.ลดลง 0.3% เทียบกับเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนพ.ย. รวมถึงดัชนีภาคการผลิต ISM เดือนม.ค.อยู่ที่ 53.5 ลดลงจากระดับ 55.1 ในเดือนธ.ค.ช่วยผ่อนคลายความวิตกต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของเฟดภายในปีนี้ ฝั่งบ้านเราตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไปเดือนม.ค.ติดลบ 0.41%YoY หดตัวครั้งแรกในรอบ 5 ปี เป็นผลจากดัชนีราคาพลังงานที่หดตัวลง 14%YoY จะมีนัยต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป ขณะเดียวกันทิศทางเงินเฟ้อที่เริ่มติดลบจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงปรับสูงขึ้น (ปัจจุบันไทยสูงเป็นอันดับสองในภูมิภาครองจากอินเดีย) ซึ่งจะนำไปสู่การแข็งค่าของเงินบาท จึงเชื่อว่าจะเพิ่มโอกาสที่การกนง.จะพิจารณาปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนเม.ย. เพื่อไม่ให้เงินบาทแข็งค่าจนกระทบภาคการส่งออกในช่วง 2Q57 อย่างไรก็ตามนักลงทุนต่างชาติที่ยังคงขายสุทธิเป็นวันที่สองติดต่อกัน (350 ล้านบาท) ยังคงกดดันจิตวิทยาการลงทุนโดยรวม รวมถึงการอยู่ในช่วงของการประกาศผลประกอบการปี 57 อาจทำให้ SET ยังคงผันผวน
- กลยุทธ์การลงทุน ระยะ 1-2 วัน กรณี SET ยืนเหนือ 1570 จุด หาจังหวะขึ้นขาย-ลงซื้อ ไม่ไล่ราคา ระยะกลางเน้นทยอยสะสมเมื่อราคาหุ้นปรับตัวลงแรง
Top Daily Pick : CK (หนึ่งในผู้รับเหมารายใหญ่ที่มีโอกาสมากสุดที่จะได้งานโครงการขนาดใหญ่ในปีนี้) /SPALI (การประชุมนักวิเคราะห์กับผู้บริหารวันนี้คาดได้มุมมองเชิงบวกต่อแผนธุรกิจปี 58 และงบ 4Q57 ที่เบื้องต้นคาดจะเติบโตทั้ง QoQ และ YoY)
Technical Pick : ITD DEMCO SAMART KTIS JAS
Theme Play : กลุ่มรับเหมาก่อสร้างความคืบหน้าการประมูลงานขนาดใหญ่จะเริ่มชัดเจนในเดือนนี้ (CK STEC ITD) /กลุ่มสื่อสารที่คาดว่างบ 4Q57 ประกาศสัปดาห์หน้าจะออกมาดี (ADVANC INTUCH) /กลุ่มพลังงานได้จิตวิทยาเชิงบวกจากราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น (BANPU PTT PTTEP PTTGC) /Weekly Outperformers (JMART TPIPL SINGER MK PRIN NWR AAV WORK TPOLY CCET TRC IFEC)
- รายงานวันนี้
Preview : PTTGC (เก็งกำไร / มูลค่าเหมาะสม 62 บาท) คาด 4Q57 ขาดทุนจาก Stock Loss
Preview : KAMART (ซื้อ / มูลค่าเหมาะสม 7.50 บาท) คาด 4Q57 เป็นจุดต่ำสุด ปี 58 พร้อมเติบโตเด่น
Strategy Talk
SET มีความเป็นไปได้ที่จะขึ้นไปทดสอบ 1650 จุดใน 1-2 เดือนนี้
•SET ล่าสุดปิดที่ระดับ 1582 จุด หรือที่ระดับ 17.6xP/E’57 สูงกว่า P/E ระดับสูงสุดที่เกิดขึ้นในปีที่แล้วที่ 17.5x และสูงกว่าเป้าหมายปี 58 ที่เราให้ไว้ที่ 1589 จุด (16.5xP/E’58) รวมถึงสูงกว่าค่าเฉลี่ยอดีตที่ราว 14-15x บ่งบอกว่าการขับเคลื่อนของ SET จากนี้ไปอาจไม่ใช่ประเด็นของผลประกอบการแต่เพียงอย่างเดียว (ผลประกอบการปี 57 จะประกาศภายในสิ้นเดือนก.พ.นึ้ ขณะที่ประมาณการผลประกอบการปี 58 ของนักวิเคราะห์ยังมีความเสี่ยงต่อโอกาสถูกปรับลด)
•การปรับขึ้นของ SET เหนือระดับ P/E เฉลี่ย เกิดขึ้นชัดเจนหลังที่ประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ได้ออกมาตรการ QE ด้วยแผนการเข้าซื้อสินทรัพย์ของประเทศสมาชิกในวงเงินเดือนละ 6 หมื่นล้านยูโรเป็นระยะเวลา 18 เดือนเริ่มตั้งแต่เดือนมี.ค.58 ถึงก.ย. 59 และสามารถขยายได้หากจำเป็น ส่งผลให้เกิดความคาดหวังเชิงบวกต่อเม็ดเงินจากสภาพคล่องส่วนเกินไหลเข้ามายังตลาดหุ้น สังเกตจากสัปดาห์ที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติกลับเป็นผู้ซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยเกือบ 1 หมื่นล้านบาทจากที่ก่อนหน้าเป็นผู้ขายสุทธิมาโดยตลอดตั้งแต่ต้นปี
•หากตั้งสมมติฐานว่าแรงซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่เป็นการลงทุนระยะสั้น เรามองว่าเม็ดเงินจะถูกจำกัดด้วยส่วนต่างของอัตราผลตอบแทนคาดหวังระหว่างตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า โดยเราจะใช้ส่วนต่างระหว่างอัตราผลตอบแทนของดัชนี SET เทียบกับอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 2 ปี (Earnings Yield Gap) ในการประเมิน ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 3.1% ถือว่าไม่สูงมากเมื่อเทียบกับค่ากลางช่วง 2 ปีที่ระดับ 3.5% และหากอิงกับกรอบการเคลื่อนไหวช่วงสองเดือนที่ผ่านมา หากเม็ดเงินยังคงไหลเข้าก็มีโอกาสที่ค่า EYG ดังกล่าวจะปรับลดลงมาที่ระดับ 2.8% ใกล้ระดับต่ำสุดที่เกิดขึ้นในเดือนก.ค.57 และเป็นระดับ 23.6% Fibonacci แปลงเป็นเป้าหมายของ SET +75 จุดจากปัจจุบันหรือราว 1657 จุด ซึ่งจะใกล้เคียงกับแนวต้านทางเทคนิคที่ระดับ 1650 จุด (จุดสูงสุดเดือนพ.ค.56)
•ในเชิงกลยุทธ์ เราเชื่อว่าด้วยแนวโน้มเม็ดเงินไหลเข้าในภูมิภาค ทำให้มีความเป็นไปได้ที่ SET จะปรัรบขึ้นไปเหนือกว่ามูลค่าเหมาะสมที่เราให้ไว้ที่ 1589 จุด ภายใน 1-2 เดือนข้างหน้า จึงแนะนำนักลงทุนระยะ 1-2 เดือนคงถือครองหุ้นเพื่อรอขายทำกำไรบริเวณ 1650 จุดขึ้นไป









