ทุนใหม่'เจนเนอรัล'เร่งปั๊มรายได้

ทุนใหม่'เจนเนอรัล'เร่งปั๊มรายได้

"เจนเนอรัล" แจงกลุ่มทุนใหม่เดินหน้าทำธุรกิจ หวังเร่งสร้างรายได้เรียกความเชื่อมั่น หลังถูกโยงกลุ่มหุ้นปั่น

นายธิติพงศ์ ตั้งพูนผลวิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เจนเนอรัล เอนจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) GEL กล่าวว่า ปัจจุบันโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิม กลุ่มผู้ถือหุ้นใหม่ได้เข้ามามีบทบาทในการบริหารงานอย่างเต็มตัวเมื่อปี 2557 การเริ่มบริหารงานภายใต้องค์กรที่ความเชื่อมั่นหดหายไป สิ่งที่ต้องเร่งทำคือ สร้างความเชื่อมั่น โดยเฉพาะในมุมมองของสถาบันการเงินที่มีต่อบริษัท ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ซึ่งเวลาที่ไปติดต่อขอสินเชื่อช่วงแรกๆ ที่เข้ามาทำธุรกิจการขอสินเชื่อค่อนข้างลำบาก เพราะบริษัทต้องมีหลักประกันที่คุ้มครองเกินกว่าวงเงินที่ขอสินเชื่อ ต่อมาเมื่อบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบริหารงาน และมีผู้บริหารที่ได้รับการยอมรับในสังคม รวมทั้งมีมืออาชีพเข้ามาร่วมในคณะกรรมการบริษัท ทำให้การเจรจากับสถาบันการเงินมีความคล่องตัวมากขึ้น

แผนการดำเนินธุรกิจในปี 2558 บริษัทคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตของกำไรและรายได้ 30% ซึ่งในปีนี้จะเป็นปีแรกที่บริษัทรับรู้รายได้และกำไรจากการดำเนินงานเต็ม 100% หลังจากกลุ่มทุนใหม่ได้เข้ามาลงทุนตั้งปลายปี 2557

โดยสัดส่วนรายได้ของบริษัทในปีนี้จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงจากเดิม ตั้งแต่ธุรกิจเสาเข็ม ปีนี้จะมีสัดส่วนอยู่ที่ 50%จากเดิม 70-80% ธุรกิจพรีคลาส หรือแผนพื้นปูนสำเร็จรูป มีสัดส่วน 40%จากเดิมอยู่ที่ 20-30% อื่นๆ 10%

การเติบโตจากฐานธุรกิจที่แท้จริงจะเริ่มเห็นชัดตั้งแต่ไตรมาส 1/2558 เนื่องจากบริษัทได้ซื้อเครื่องจักรใหม่ จากประเทศเยอรมัน มูลค่ากว่า 500-600 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถผลิตสินค้าได้เพิ่มขึ้น โดยกำลังการผลิตรวมจะอยู่ที่ 1 ล้านตารางเมตร จากเดิมมีกำลังการผลิต 2.5 แสนตร.ม.หรือเพิ่มขึ้น 4 เท่าตัว ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทมีคำสั่งซื้อสินค้ารอรับรู้รายได้อยู่ที่ 4 แสนตร.ม. ซึ่งยังไม่ได้นับรวมกับกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น สามารถช่วยผลักดันให้ยอดขายและรายได้เติบโตในระดับ 30%ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้

ขณะที่งานเสาเข็ม ปัจจุบันยังเป็นแหล่งรายได้หลักของบริษัทและยังมีการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะหากโครงการโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐเกิดและมีการสั่งจ่ายงบประมาณได้จริงบริษัทก็น่าจะได้รับอานิสงส์ด้วย โดยการเติบโตของธุรกิจเสาเข็มตอนนี้ มีกำลังการผลิตปีนี้ประมาณ1.5 แสนคิวและปี 2558 น่าจะอยู่ที่ 2 แสนคิว โดยลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทอยู่ในระดับที่ดีขึ้น โดยเฉพาะกำไรการดำเนินในปี 2556 อยู่ที่ 120 ล้านบาท ปี 2557 อยู่ที่ 200 ล้านบาทและในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 300 ล้านบาท

นาย ธิติพงศ์ กล่าวว่าบริษัทยังมีการลงทุนอื่นๆซึ่งเป็นการลงทุนโดยตรง และปัจจุบันไม่พอร์ตลงทุนในหุ้น เพื่อหวังเก็งกำไรจากพอร์ต ลงทุน เพราะนโยบายผู้บริหารชุดปัจจุบันต้องการเติบโตจากพื้นฐานการดำเนินธุรกิจของบริษัท การลงทุนก็จะเน้นลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวโยงกันกับวัสดุก่อสร้าง ซึ่งถือว่าสามารถต่อยอดการดำเนินธุรกิจ หรือเป็นการเพิ่มเติมรายได้ของบริษัท ที่ผ่านมาบริษัทได้เข้าไปลงทุนร่วมกับบริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) เพื่อจัดตั้งบริษัทร่วมค้าเพื่อสร้างโรงงานผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็กรูปพรรณในประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ และการลงทุนดังกล่าวถือเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทในอนาคต โดยเฉพาะการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งจะไปร่วมลงทุนกับบริษัทมิลล์คอน เพราะมีธุรกิจที่เกื้อหนุนกันได้และการมีพันธมิตรจะช่วยลดภาระความเสี่ยงอีกทาง นอกจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาการร่วมทุนกับบริษัทมิลล์คอน

ประธานกรรมการบริหาร ให้ความเห็นว่า การบริหารงานในปี 2558 ถือว่ามีความยากลำบาก ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในปีนี้เลือกที่จะให้พนักงานในองค์กรเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและเป้าหมายการทำงานทั้งการกำหนดยอดขาย รายได้และกำไรในปีนี้ ซึ่งเชื่อว่าเมื่อพนักงานมีส่วนร่วมก็น่าจะช่วยให้บริษัทพัฒนาต่อไปได้