ประจิน สั่งการบินไทยเร่งสรุปแผนลดพนักงานภายใน 1-2 เดือน พร้อมเร่งขายทรัพย์สินนอกธุรกิจการบิน
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยความคืบหน้าการจัดทำแผนฟื้นฟูการบินไทยว่า ได้ให้การบินไทยเร่งจัดทำรายละเอียดการปรับลดบุคลากร และการขายทรัพย์สินที่ไม่เป็นภารกิจหลักการบินไทย เพื่อเสนอให้คณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) พิจารณาภายใน 1-2 เดือนนี้ โดยการปรับลดพนักงานนั้นอยู่ในแผนฟื้นฟู แต่ไม่ได้เป็นการปลดบุคคลากร และอาจไม่ถึง 5,000 คน ภายใน 2 ปีตามที่เป็นข่าว แต่อาจเป็นแผนลดคน ระยะยาว 8- 10 ปี เพื่อให้เหลือบุคลากร 20,000 คน สอดคล้องกับจำนวนเครื่องบินของการบินไทย
“แนวทางการปรับลดบุคลากรนั้นจะเป็นการสมัครใจ ในโครงการร่วมใจจากเพื่อให้เหมาะสมกับองค์กร เพราะการบินไทยมีวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่เหมือนที่อื่นที่จะลด หรือปลดบุคลากรได้เลยทันที”
ส่วนแนวทางการขายทรัพย์สินที่ไม่ใช่ภารกิจหลักของการบินไทย เช่น กิจการโรงแรม ,กิจการการขนส่งน้ำมันนั้น ในเรื่องนี้ได้ให้การบินไทย ไปจัดทำรายละเอียดว่ามีส่วนงานไหนบ้างที่ต้องจำหน่ายออกไป เพราะการขายสิทรัพย์ของการบินไทยก็มีหลายส่วนทั้งเรื่องของ เครื่องบินที่จะปลดระวางและจะต้องขายออกไปกว่า 22 ลำซึ่งในส่วนของการขายเครื่องบินนั้นจะสามารถเริ่มดำเนินการได้เลยใน1ปี ส่วนเรื่องการขาย ที่ดิน และอาคารสำนักงาน ต้องพิจารณารายละเอียดอีกที
“ตอนนี้ยังสรุปชัดเจนไม่ได้ว่าธุรกิจไหนไม่เกี่ยวข้องกับการบิน เช่น โรงแรมถ้าบอกว่าไม่เกี่ยวกับการบินก็ไม่ใช่ เพราะเกิดปัญหาต้องนำผู้โดยสารไปพักก็ต้องนำไปพักที่โรงแรม หรือธุรกิจท่อน้ำมัน เครื่องบินของการบินไทยก็ต้องเติมน้ำมัน แต่หากเป็นท่อน้ำมันที่ไม่เกี่ยวข้องกับเครื่องบิน ก็อาจจะพิจารณาว่าไม่เกี่ยวข้องกับการบินได้ ซึ่งรายละเอียดต่างๆทางการบินไทยจะต้องไปสรุปมาให้ชัดเจน”
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าในแผนฟื้นฟูการบินไทยได้ระบุให้การบินไทยขายหุ้น 39% ที่ถือหุ้นในสายการบินนกแอร์ทิ้งทั้งหมดนั้น ยืนยันว่าไม่มีแต่อย่างใด แต่การบินไทยจะเป็นพันธมิตรทางการบินกับ สายการบินนกแอร์ และ สายการบินไทยสมายล์ โดยเส้นทางไหนที่บินทับซ้อน และถ้าการบินไทยบินแล้วขาดทุน ก็ต้องหยุดบินทันที
ด้านนายดำรง ไวยคณี ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย กล่าวว่า การบินไทยไม่สามารถปลดพนักงานได้ เพราะเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ ส่วนข้อเสนอที่จะปรับลดพนักงานลง 5,000 คน นั้นจากการหารือกับฝ่ายบริหารการบินไทย พบว่าเป็นแผน 5 ปี โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่เกิดจากพนักงานที่เกษียณ 500 คนต่อปี และโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด (เออรี่รีไทร์) อีก 500 คนต่อปี ส่วนที่จะปรับลดได้น่าจะเป็นพนักงานที่ว่าจ้างจากภายนอก (เอาท์ซอส) โดยเฉพะกลุ่มที่ประจำสำนักงานใหญ่ บริษัทการบินไทย ที่มีไม่น้อยกว่า 1,000 คน









