"บัณฑิต" เผยผลสำรวจยืนยันบริษัทเอกชนไทยส่วนใหญ่ พร้อมที่จะผลักดันนโยบายต้านโกงมากขึ้น
นายบัณฑิต นิจถาวร เลขาธิการ แนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (ซีเอซี) เปิดเผยว่า ได้สำรวจความคิดเห็นผู้นำภาคธุรกิจเกี่ยวกับการทุจริตในประเทศไทย พบว่า 74.5% ของบริษัทผู้ตอบแบบสอบถาม มีความพร้อมมากถึงมากที่สุด ที่จะผลักดันให้เกิดการต่อต้านทุจริตภายในองค์กรอย่างเป็นระบบ และ 78% เชื่อว่าภาคเอกชนจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการร่วมมือกับภาครัฐในการดำเนินการเพื่อต่อต้านการทุจริตในอีก 1-2 ปีข้างหน้า
นอกจากนี้ ในการประชุมคณะกรรมการซีเอซีเมื่อวันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้มีมติให้รับรองบริษัทที่รับรองตนเองว่ามีนโยบายและมีแนวปฏิบัติป้องกันการทุจริตภายในองค์กรครบถ้วนตามเกณฑ์ที่กำหนดเพิ่มขึ้นอีก 18 บริษัท ทำให้บริษัทที่ผ่านการรับรองจากเพิ่มเป็น 96 บริษัทแล้วในขณะนี้
จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารและกรรมการบริษัทเอกชน 425 คนในช่วงเดือนต.ค.-พ.ย. 57 พบว่า 54.5% คิดว่าบริษัทที่ตนเองสังกัดมีความพร้อมมาก ที่จะผลักดันให้วางกลไกป้องกันการทุจริตภายในองค์กรอย่างเป็นระบบ ขณะที่อีก 20.0% คิดว่ามีความพร้อมมากที่สุด ส่วนอีก 18.0% คิดว่ามีความพร้อมปานกลาง โดยมีแค่ 2.3% เท่านั้นที่คิดว่ามีความพร้อมน้อย และอีก 4.4% คิดว่ามีความพร้อมน้อยที่สุด
ในแง่บทบาทของภาคเอกชนในการต่อต้านทุจริตในระยะ 1-2 ปีข้างหน้า 69% มองว่าภาคเอกชนจะเข้ามามีบทบาทในการต่อต้านทุจริตสูงขึ้น และ 9% มองว่าจะมีบทบาทสูงขึ้นอย่างมาก มีเพียง 3.7% ที่มองว่าบทบาทจะน้อยลง และ1.1% มองว่าบทบาทจะน้อยลงมาก โดยที่เหลืออีก 16.2% มองว่าภาคเอกชนจะมีบทบาทเท่าเดิม
“ผลการสำรวจครั้งนี้ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ภาคเอกชนของไทยมีความพร้อม และกระตือรือร้นที่จะเข้ามามีส่วนในการร่วมแก้ไขปัญหาการทุจริตโดยไม่ได้คิด จะปล่อยให้เป็นภาระของภาครัฐแต่เพียงฝ่ายเดียว ความตื่นตัวของภาคเอกชนในเรื่องนี้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าภาคเอกชนพร้อมที่ จะดำเนินการคู่ขนานไปกับภาครัฐในการขจัดปัญหาการทุจริตในประเทศไทย”








