ราคาหุ้นแบงก์กรุงศรีวิ่ง 118% จากต้นปีรับข่าวทุนกลุ่มใหม่เตรียมถอนหุ้นออกจากตลาดฯ-จ่อซื้อหุ้นคืนราคาสูง
ราคาหุ้นแบงก์กรุงศรีอยุธยาวิ่ง 118% จากต้นปีรับข่าวทุนกลุ่มใหม่เตรียมถอนหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์-จ่อซื้อหุ้นคืนราคาสูงกว่ามูลค่าหุ้นทางบัญชี 3 เท่าตัว ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ ระบุ หุ้นพุ่งแรงเกิดจากความต้องการซื้อหุ้นมีจำนวนมาก และหุ้นมีสภาพคล่องน้อย ทำให้ราคาหุ้นเคลื่อนไหวผิดปกติ ด้านธนาคารปฏิเสธข่าวถอนหุ้นออกจากตลาด ยันไม่ได้รับแจ้งจากผู้ถือหุ้นใหญ่ของธนาคาร
ความเคลื่อนไหวราคาหุ้นธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน) หรือ BAY พบว่าราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จากวันที่ 6 ม.ค. 2558 มีราคาซื้อขายอยู่ที่ 41.75 บาท และปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 90.50 บาท เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมา คิดเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้น 118.07% จากราคาต้นปี
แหล่งข่าวจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า กรณีที่ราคาหุ้นธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ปรับตัวขึ้นแรงตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมาว่า น่าจะมีสาเหตุมาจากข่าวลือว่า ธนาคารจะนำหุ้นออกจากตลาดหุ้นไทย และนำไปจดทะเบียนในตลาดต่างประเทศ จึงส่งผลต่อราคาหุ้นในช่วงนี้ อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวอาจจะเป็นไปได้ยาก เนื่องจากถูกคัดค้านจากกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม
นักวิเคราะห์ บล.บัวหลวง กล่าวว่า ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีกระแสข่าวว่าจะมีการซื้อหุ้นธนาคารและนำออกจากตลาดหลักทรัพย์ในราคา 3 เท่าของมูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้น (BV) โดยมูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้น ปี 2558 อยู่ที่ 29 บาท
นางสาวอุษณีย์ ลิ่วรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เอเชีย พลัส กล่าวว่า ราคาหุ้นธนาคารกรุงศรี (BAY) ที่ปรับเพิ่มขึ้นมาก คาดว่าเกิดจากการที่หุ้นดังกล่าวมีฟรีโฟลตต่ำ ดังนั้น เมื่อราคาขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย อัตราการเปลี่ยนแปลงจึงดูมาก ในขณะที่ปัจจัยพื้นฐานยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ซึ่งราคาพื้นฐานที่ บล.เอเชีย พลัส ประเมินไว้อยู่ที่ประมาณ 40 บาทเท่านั้น
"น่าจะเป็นเรื่องของฟรีโฟลตที่มันน้อยราคาหุ้นเลขขึ้นแรง ออฟเฟอร์นิดหน่อยก็ขยับแล้ว ไม่มีพื้นฐานซัพพอร์ตอะไรเลย เราไม่แนะนำให้เล่นหุ้น BAYเพราะพื้นฐานมากเกินไปแล้ว ราคาขยับขึ้นไปเท่าตัว เดิมเราให้แค่ 30กว่าบาทเองหรือราวๆ 40 บาท"
ขณะที่นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ที่เคลื่อนไหวร้อนแรงในช่วงที่ผ่านมา เกิดจากความต้องการซื้อหุ้นของบริษัทที่มีจำนวนมาก และบริษัทมีสภาพคล่องที่ค่อนข้างน้อย ทำให้ราคาหุ้นเคลื่อนไหวผิดปกติ ซึ่งการปรับเพิ่มขึ้นนั้นไม่ได้เกิดขึ้นมาในวันใดวันหนึ่ง แต่ใช้เวลาในค่อยๆปรับตัวเพิ่มขึ้น
จากข้อสังเกตที่ว่า ทำไมราคาหุ้นร้อนแรง แต่ไม่ติดมาตรการคุมหุ้นที่เคลื่อนไหวร้อนแรง นั้น เนื่องจากมาตรการดังกล่าวของตลาดหลักทรัพย์ มีข้อกำหนดที่ชัดเจนอยู่แล้วว่า ต้องมีความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ ทั้งปริมาณการซื้อขาย ราคาหุ้น และปัจจัยพื้นฐานของบริษัท ซึ่งในรายของบริษัทดังกล่าวยังไม่เข้าเกณฑ์ที่จะต้องเข้าเกณฑ์เทรดดิ้ง อะเลิร์ท ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ว่าตลาดหลักทรัพย์จะจับให้หุ้นเล็กเข้าเกณฑ์นี้อย่างเดียว ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกกลุ่มเท่ากัน
ทั้งนี้ยอมรับว่าการปรับเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นส่งผลต่อมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของตลาดหลักทรัพย์แน่นอน ซึ่งไม่ใช่ราคาหุ้นขนาดใหญ่ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วจะมีผลกับมาเก็ตแคปเท่านั้น หุ้นขนาดเล็กก็ส่งผลกับมาเก็ตแคปเช่นกัน
ขณะเดียวกัน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า ตามที่ปรากฏข่าวเกี่ยวกับการเข้าซื้อหุ้นธนาคาร โดยธนาคารแห่งโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ จำกัด เป็นการเพิ่มเติม และเพิกถอนหุ้นธนาคารออกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนั้น ขอชี้แจงว่าข่าวดังกล่าวมิได้มีข้อมูลมาจากธนาคาร และธนาคารไม่ได้รับการแจ้งจากผู้ถือหุ้นหลักรายใดรายหนึ่ง (Strategic shareholders) เกี่ยวกับเรื่องนี้แต่อย่างใด ธนาคารขอยืนยันว่าหากมีข้อมูลที่สำคัญหรือเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ธนาคารจะแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์โดยเร็วต่อไป









