วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

PTTGC - ถือ

ความได้เปรียบด้านต้นทุนวัตถุดิบลดลง; รอจุดฟื้นตัว

ประเด็นการลงทุน

เนื่องจากราคาและส่วนต่างราคาปิโตรเคมีคาดจะยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงครึ่งแรกของปี 2558 รวมถึงความได้เปรียบด้านต้นทุนวัตถุดิบของ PTTGC ที่ลดลง เราจึงยังมองไม่เห็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านขาลงของราคาหุ้นดูจะจำกัด เนื่องจากมูลค่าการซื้อขายปัจจุบันอยู่ที่ PBV ณ สิ้นปี 2558 ที่ 0.9 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 1.2 เท่าอยู่ 2 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและต่ำกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคที่ 1.0 เท่า

ราคาปิโตรเคมีปรับลดลงสอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบ

ราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมียังปรับลดลงอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบที่ลดลง จากการศึกษาของเราพบว่าราคาพาราไซลีนและราคาน้ำมันดิบดูไบมีความสัมพันธ์กันถึง 83% ส่วนราคา HDPE และราคาน้ำมันดิบดูไบมีความสัมพันธ์กัน 78% เราคาดว่าแนวโน้มดังกล่าวจะดำเนินต่อเนื่องตลอดช่วงครึ่งแรกของปี 2558 จากแนวโน้มราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวอันเป็นผลจากภาวะอุปทานล้นตลาด

นอกจากนี้ อุปสงค์ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมียังคงอ่อนตัวเนื่องจากตลาดกังวลว่าราคาน้ำมันดิบอาจปรับลดลงอีก ซึ่งหากราคาน้ำมันดิบยังคงลดลงก็อาจทำให้เกิดกระแสการระบายคลังสินค้าในตลาดเพื่อลดขาดทุนจากสินค้าคงคลังได้ โดยจะส่งผลให้ส่วนต่างราคาปิโตรเคมีอ่อนตัวเช่นเดียวกัน

ความได้เปรียบด้านต้นทุนวัตถุดิบลดน้อยลง

ราคาแนฟทาซึ่งเป็นวัตถุดิบชนิดหนึ่งสำหรับการผลิตโอเลฟินส์ได้ปรับลดลงในทิศทางใกล้เคียงกับราคาน้ำมันดิบมาก โดยในช่วงห้าเดือนที่ผ่านมาราคาน้ำมันดิบดิ่งลงถึง 59% ซึ่งใกล้เคียงกับราคาแนฟทาที่ดิ่งลง 58% ในระหว่างช่วงเดียวกัน ราคาอีเธน (ซึ่งเป็นวัตถุดิบส่วนใหญ่ของ PTTGC สำหรับการผลิตโอเลฟินส์) กลับลดลงเพียง 23% ส่งผลให้ราคาอีเธน ณ ขณะนี้แพงกว่าราคาแนฟทา

จากการศึกษาของเราพบว่าหากราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ราว 60 เหรียญต่อบาร์เรล ต้นทุนวัตถุดิบแนฟทาจะเท่ากับต้นทุนอีเธน อีเธนจะเป็นวัตถุดิบที่ถูกกว่าหากราคาน้ำมันดิบดูไบสูงกว่า 60 เหรียญต่อบาร์เรล และแนฟทาจะถูกกว่าหากราคาน้ำมันดิบดูไบต่ำกว่า 60 เหรียญต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นสถานการณ์ในปัจจุบัน

ไม่มีปัจจัยหนุนราคาหุ้นที่ชัดเจนในระยะสั้น

โดยปกติแล้ว ราคาหุ้น PTTGC จะความสัมพันธ์กับทิศทางราคาปิโตรเคมีค่อนข้างมาก เนื่องจากราคาและส่วนต่างราคายังคงมีแนวโน้มถูกกดดัน อีกทั้งความได้เปรียบด้านต้นทุนก็ลดลงเมื่อเทียบกับผู้ผลิตที่ใช้แนฟทาเป็นวัตถุดิบ เราจึงยังมองไม่เห็นปัจจัยที่จะช่วยหนุนราคาหุ้นในระยะสั้น หากราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวสูงกว่า 60 เหรียญต่อบาร์เรลก็จะส่งผลให้เกิดปัจจัยหนุนราคาหุ้นดังกล่าวเนื่องจากบริษัทจะกลับมาได้เปรียบด้านต้นทุนวัตถุดิบอีกครั้ง