สพธอ.เผยหลังกระแสต้านร่างกฎหมายดิจิทัล10ฉบับขยายวงกว้าง ยอมรับข้อจำกัดด้านเวลาทำให้มีความผิดพลาด
เตรียมทบทวน ปรับปรุง แก้ไข แต่ไม่ชะลอ ลั่นไม่เกิน 6 เดือนคลอดบางฉบับ ปัดล้วงลูกจัดสรรคลื่นความถี่ แค่เล็งจัดการรายได้กองทุนต่างๆ ให้ตรงเจตนารมณ์
กระแสวิพากษ์วิจารณ์และคัดค้านร่างกฎหมายดิจิทัล 10 ฉบับ ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎหมายใหม่ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไอทีและอินเทอร์เน็ต ภายใต้แนวคิดการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยนั้น ยังคงรุนแรงต่อเนื่องจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ
โดยเฉพาะร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และ ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นชุดกฎหมายที่ถูกมองอย่างไม่ไว้วางใจ เพราะให้อำนาจหน่วยงานภาครัฐแบบ "ล้นฟ้า" ในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและมีอำนาจแทรกแซงสั่งการเอกชน
วานนี้ (24 ม.ค.) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สพธอ. สังกัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที ได้จัดงานโอเพ่นฟอรั่ม หัวข้อ "ร่วมปฏิรูปกฎหมาย ร่วมให้ความเห็นเพื่อเดินหน้าประเทศไทย" เพื่อรับฟังเสียงจากทุกภาคส่วน
นางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการ สพธอ. กล่าวว่า สืบเนื่องจากกระแสวิพากษ์ไม่เห็นด้วยต่อร่างกฎหมายดิจิทัล ในฐานะที่ สพธอ.มีหน้าที่ดูแลงานด้านซอฟต์อินฟราสตรักเจอร์ ซึ่งประกอบด้วยมาตรฐาน ไซเบอร์ซิเคียวริตี้ และกฎหมายนั้น ขอยืนยันว่าภาครัฐจะทำงานอย่างรอบคอบมากที่สุด
"ยอมรับว่าด้วยเวลาที่จำกัด ต้องการทำให้ทันการเลือกตั้ง ทั้งยังมีกฎหมายหลายฉบับ รวมถึงกฎหมายลูกประกอบรัฐธรรมนูญต้องเร่งทำให้เสร็จ จึงทำให้เกิดความผิดพลาดในบางประเด็น" นางสุรางคณา ระบุ
สัปดาห์หน้าชัดเจน2ฉบับ-6เดือนคลอด
นางสุรางคณา กล่าวต่อว่า ขณะนี้เป็นเพียงการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา หลังผ่านความเห็นชอบจาก ครม.รอบแรก หลังจากนี้ยังต้องมีการนำมาทบทวน แก้ไข ปรับเปลี่ยนกันอีกหลายรอบ ขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง พร้อมสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน
สำหรับกรอบเวลานั้น ร่างล่าสุดบางฉบับน่าจะได้เห็นภายในสัปดาห์หน้า เบื้องต้น 2 ฉบับ คือ ปรับปรุงกระทรวงไอซีที และคณะกรรมการเศรษฐกิจดิจิทัล จะผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการกฤษฎีกา จากนั้นภายใน 3-6 เดือน ก็จะออกเป็นกฎหมาย ขณะที่ทั้ง 10 ฉบับจะทยอยออกและพยายามทำให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้
ปัดล้วงลูกจัดสรรคลื่นความถี่
"ขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีแนวคิดเข้าไปล้วงลูกการจัดสรรคลื่นความถี่ แต่อีกทางหนึ่งที่ผ่านมารายได้ที่มาจากกองทุนต่างๆ นั้นมีอยู่จำนวนมาก ทว่าการนำไปใช้ประโยชน์ยังมีน้อย ดังนั้นจึงพยายามเข้าไปช่วยทำให้การใช้จ่ายเงินตรงตามเจตนารมณ์และเกิดประโยชน์สูงสุด" ผู้อำนวยการ สพธอ.กล่าว
และว่า นอกจากนี้เพื่อความโปร่งใสจะพยายามอัพเดทความเคลื่อนไหว รวมถึงเผยแพร่ร่างกฎหมายให้ประชาชนได้รับทราบทุกระยะ กฎหมายฉบับนี้มีเจตนารมณ์เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ ไม่ใช่ความมั่นคงของรัฐ
"ทุกความคิดเห็นที่แตกต่างล้วนมีคุณค่า ขอให้เข้ามาช่วยกันวิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็น แม้รัฐได้อำนาจโดยการยึดอำนาจมา ทว่าคำนึงถึงเสียงของประชาชนเป็นอย่างมาก"
นางสุรางคณา ย้ำด้วยว่า การสร้างสมดุลการใช้อำนาจต้องมีการตรวจสอบเพื่อประกันสิทธิของประชาชน ตลอดเส้นทางจะมีการสื่อสาร รับฟังความคิดเห็นต่อเนื่อง ขณะเดียวกันมีแผนจัดโอเพ่นฟอรั่มเพื่อเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนและสังคมได้แสดงความคิดเห็นทุกสัปดาห์ มองว่าเป็นอีกมิติทางสังคมที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น วิพากษ์การทำงานภาครัฐ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างสมดุลในอนาคต
ห่วงข้อมูลบุคคล-จนท.อำนาจล้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โอเพ่นฟอรั่มครั้งนี้ มีผู้สนใจเข้าร่วมงานทั้งจากแวดวงอินเทอร์เน็ต ไอที กฎหมาย ดิจิทัลคอนเทนท์ รวมถึงผู้ประกอบการภาคเอกชน และผู้เกี่ยวข้องอย่างคับคั่ง โดยส่วนใหญ่เมื่อรับฟังกรอบเวลาและคำชี้แจงในหลายๆ ประเด็นจาก สพธอ.แล้ว ก็รู้สึกเบาใจมากขึ้น ทว่ายังกังวลต่อรายละเอียดปลีกย่อย เช่น ประเด็นความปลอดภัย สิทธิ เสรีภาพ และข้อมูลส่วนบุคคล
ความเห็นของผู้ร่วมงานโดยรวมต้องการความชัดเจนของร่างกฎหมาย การบังคับใช้ และบทบาท หน้าที่ รวมถึงดุลยพินิจของเจ้าพนักงาน โดยไม่ต้องการให้มีอำนาจมากจนเกินไป
"พลเมืองเน็ต"ชี้ทำลาย ศก.ดิจิทัล
นางสาวสฤณี อาชวานันทกุล เครือข่ายพลเมืองเน็ต กล่าวว่า คงไม่มีใครปฏิเสธเรื่องของหลักการ แต่พระเจ้าและซาตานนั้นอยู่ในรายละเอียด อย่างไรก็ตาม 7-8 ปีที่ผ่านมามีบทเรียนมาแล้วเรื่อง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ ทั้งได้เรียนรู้ถึงปัญหาความสมดุลและการคุ้มครองโดยเฉพาะกับมาตรา 14 (นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ กระทบต่อความมั่นคง และก่อการร้าย)
ดังนั้นไม่ควรนำความผิดพลาดที่ได้เรียนรู้แล้วมาใส่ในกฎหมายอื่นๆ อีก เพราะสุ่มเสี่ยงว่าจะเกิดปัญหาเดียวกัน ทั้งมีโอกาสขยายไปมากกว่านั้นอีก ขณะนี้กำลังพูดถึงเศรษฐกิจไร้พรมแดน ฉะนั้นมาตรฐานที่ใช้ต้องรัดกุมตั้งแต่ต้น สอดคล้องกับหลักสากล
เธอกล่าวด้วยว่า ชุดกฎหมายนี้ส่งผลกระทบในวงกว้าง มีส่วนสำคัญโดยตรงต่อการผลักดันและทำลายเศรษฐกิจดิจิทัล แต่ขณะนี้ยังไม่มีโอกาสได้เห็นทั้งร่างของกฎหมาย เท่าที่ฟังคงไม่มีการชะลอ จึงเกิดคำถามเรื่องกระบวนการว่ามีความรัดกุม โปร่งใสมากน้อยแค่ไหน
นอกจากนี้ การที่ สพธอ.จะจัดฟอรั่มทุกสัปดาห์อาจไม่เพียงพอ ขณะเดียวกันอยากทราบถึงกลไกที่ชัดเจนของการรับฟังความคิดเห็นว่าสามารถมั่นใจอะไรได้บ้าง พร้อมกับแนะว่า หลายประเทศประสบปัญหาเรื่องความซับซ้อน ต้องปรับแก้ใหม่ ไม่ได้สมบูรณ์ตั้งแต่เริ่มต้นเช่นกัน แต่ทั้งนี้สามารถศึกษาโมเดลต้นแบบที่เป็นสากลเพื่อนำมาปรับใช้ได้ เช่น จากองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี)
แนะเปลี่ยนมุมมองความมั่นคง
ด้าน พล.ต.พิเชษฐ คงศรี 1 ใน 8 คณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัล อีโคโนมี ที่มี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน กล่าวว่า บทบาทของภาครัฐได้เปลี่ยนไปแล้ว จากเดิมเป็นผู้ควบคุมกลายเป็นอำนวยความสะดวก
ขณะเดียวกันประเด็น "ความมั่นคง" ที่หลายฝ่ายวิตกกังวล ขอให้เปลี่ยนมุมมองไปในอีกนิยามว่าไม่ใช่ความหมายเก่าที่เป็นความมั่นคงของรัฐ แต่คือภาพรวมทั้งสังคม การเมือง เศรษฐกิจ และตัวบุคคล เรื่องเหล่านี้ต้องสร้างความสมดุล








