บรรดาบริษัทให้บริการด้านพลังงานกำลังเลิกจ้างครั้งใหญ่ ในความพยายามที่จะรักษากำไร และธุรกิจเอาไว้ให้ได้
ในช่วงเดือนที่ผ่านมา บริษัทขนาดใหญ่สุด 3 รายของอุตสาหกรรมนี้ ประกาศเลิกจ้างรวมกันแล้วถึง 17,000 ตำแหน่ง แม้ในปี 2557 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป บริษัทเหล่านี้จะทำรายได้อย่างแข็งแกร่งก็ตาม
ชลัมเบอร์เกอร์ ผู้ให้บริการขุดเจาะน้ำมันรายใหญ่สุดของโลก ปลดพนักงานมากสุดถึง 9,000 คน หรือราว 7.5% ของแรงงานทั้งหมด ตามมาด้วยเบเกอร์ ฮิวจ์ ยักษ์ใหญ่อันดับ 3 ของอุตสาหกรรม ที่เพิ่งถูกฮัลลิเบอร์ตัน คู่แข่งที่มีขนาดใหญ่กว่า เข้าซื้อกิจการไป ปลดพนักงาน 7,000 คน คิดเป็นสัดส่วน 11.3% ของพนักงานทั้งหมด ส่วนใหญ่จะได้ทำงานจนถึงสิ้นเดือนมี.ค.นี้เท่านั้น
เช่นเดียวกับหมายเลข 2 ของอุตสาหกรรม อย่างฮัลลิเบอร์ตัน ที่เพิ่งปลดพนักงานนอกสหรัฐไป 1,000 ตำแหน่งเมื่อเร็วๆ นี้ และยังส่งสัญญาณถึงการเลิกจ้างเพิ่มเติมอีก ด้วยการออกมาเตือนว่า บริษัทอาจจะปรับพนักงานให้สอดคล้องกับคู่แข่งหลักๆ ของบริษัท
แม้จะมีการประกาศปลดพนักงานอย่างพร้อมเพรียงกันไปแล้ว แต่บรรดานักวิเคราะห์ก็คาดว่า จะเกิดกระแสเลิกจ้างในอุตสาหกรรมนี้ตามมาอีกระลอก เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ว่า อุตสาหกรรมพลังงานในรัฐเท็กซัส และรัฐที่อยู่รอบอ่าวเม็กซิโก ได้รับผลกระทบหนักกว่าใคร จากการดิ่งลงของราคาน้ำมันโลก
นับแต่เดือนมิ.ย.ปีที่แล้ว ราคาน้ำมันดิบร่วงลงไปแล้วมากกว่า 60% ซึ่งการเดินสู่ขาลงแบบไร้ขีดจำกัดนี้ กดดันให้บริษัทน้ำมันจำนวนมาก ต้องลดการสำรวจลงมา ส่งผลกระทบต่อบรรดาธุรกิจรับช่วงให้บริการในด้านนี้
นายเดฟ เลซาร์ ประธานกรรมการบริหาร และหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารหรือซีอีโอของฮัลลิเบอร์ตัน ระบุว่า ในช่วง 60 วันที่ผ่านมา ปริมาณการขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐ ลดลงมาถึง 15% ขณะที่ลูกค้าของฮัลลิเบอร์ตัน ก็พากันลดการใช้จ่ายเงินทุนมากถึง 30% และชะลอโครงการใหม่ไว้ก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการสำรวจน้ำมันนอกชายฝั่งทะเล
นักวิเคราะห์คาดการณ์ด้วยว่า หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ในระยะยาวน่าจะเกิดการควบรวมกิจการขึ้นมาอย่างมากในอุตสาหกรรมบริหารขุดเจาะน้ำมัน จากการที่บริษัทเหล่านี้ต้องรับมือกับการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้น จากผู้เล่นในตลาดเกิดใหม่ รวมถึง จีน และเกาหลีใต้









