วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

SET INDEX แกว่งตัวรอผลประชุม ECB

สรุปสภาวะตลาดสหรัฐและยุโรป (15-21 ม.ค.2558) : สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐฯและยุโรปปรับตัวขึ้น โดย DJIA +0.7%, DAX +4.9%, CAC ฝรั่งเศส +6.2% และFTSE +5.3% จากการดีดตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน หลัง IEA ปรับลดคาดการณ์ผลผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศนอกโอเปกลง อีกทั้งความคาดหวังเชิงบวกต่อการประชุม ECB ในวันที่ 22 ม.ค. และมีรายงานถึง ECB เตรียมเสนอแผนเข้าซื้อสินทรัพย์ 5.0 หมื่นล้านยูโร/เดือน ไปจนถึงสิ้นปี 2559 หรือเท่ากับ 1.2 ล้านล้านยูโร สูงกว่า Bloomberg consensus คาดที่ 5.0 แสนล้านยูโร

สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (15-21 ม.ค.2558) : สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้น 3.1% ทั้งนี้ปรับตัวลงแรงในวันที่ 19 ม.ค.ถึง 7.7% เป็นการปรับตัวลงแรงสุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2551 นำโดยกลุ่มหลักทรัพย์ หลัง กลต.สั่งระงับการให้บริการมาร์จินซื้อขายหุ้น และการให้ยืมหุ้น เป็นเวลา 3 เดือน ของ 3 โบรกเกอร์ใหญ่ของจีน Citic Securities Co., Haitong Securities Co. และ Guotai Junan Securities Co อย่างไรก็ตามกลับมาฟื้นตัวหลัง GDP ใน 4Q57 ขยายตัว 7.3% ดีกว่าที่ตลาดคาด อีกทั้งการฟื้นตัวของกลุ่มการเงินที่ปรับตัวลงแรงในวันที่ 19 ม.ค.

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (15-21 ม.ค.2558) : SET INDEX แกว่งตัวกรอบแคบที่ 1,530-1,540 จุดในสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่รอดูผลการประชุม ECB ในวันที่ 22 ม.ค. นอกจากนี้กลุ่มธนาคารที่รายงานผลประกอบการต่ำกว่าคาดปรับตัวลง เช่น KKP -3.1%, KBANK -0.9% ขณะที่หุ้นที่มีประเด็นบวกเฉพาะตัวอย่างกลุ่ม CK ขยับเด่นส่งผลให้ SET INDEX ปิดที่ระดับ 1,537.36 จุด เพิ่มขึ้น 14.12 จุด หรือ +0.93% ณ วันที่ 21 ม.ค.

สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (23-28 ม.ค. 2558) : MBKET ให้น้ำหนักกับการลงทุนเป็น “กลาง” ต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนหน้า ประเมิน SET INDEX มีโอกาสไต่ระดับขึ้นทดสอบด่านสำคัญ 1,570-1,580 จุด ด้วยประเด็นที่น่าสนใจเก็งกำไรตลอดสัปดาห์หน้า ได้แก่ การประชุมธนาคารกลางวันที่ 28 ม.ค.

o กนง. อาจเห็นการส่งสัญญาณพร้อมลดอัตราดอกเบี้ย RP1 วัน หากเศรษฐกิจฟื้นตัวได้ล่าช้ากว่าที่คาด

o เฟด ให้น้ำหนักกับมุมมองของเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำจากราคาน้ำมันดิบ กับเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอลงอย่างต่อเนื่อง อาจกลายเป็นข้ออ้างที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยต่ำนานขึ้นได้ หากเป็นไปตามนี้ เชื่อว่าสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกจะขยับขึ้น รวมถึงราคาทองคำ

การทยอยประกาศงบการเงิน 4Q57 หรือ ปี 2557 ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย กลายเป็นจุดของการเก็งกำไรรายตัว

ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุน MBKET คงแนะนำ “Contrarian Trading คือ ขึ้นแรงขาย / ลงแรงซื้อ” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ณ ระดับ 1,550 จุดขึ้นไป นักลงทุนควรพิจารณาขายทำกำไรและกลับมาถือเงินสดให้มากขึ้นอีกครั้ง เพราะ ณ ระดับดังกล่าว Upside เริ่มจำกัดมากยิ่งขึ้น ภาพรวมผันผวนของตลาดหุ้นไทยจะเพิ่มขึ้น

ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า ได้แก่

1. ติดตามการลงคะแนนถอดถอน อดีตนายกฯ คุณยิ่งลักษณ์ ในวันที่ 23 ม.ค.

2. ติดตามการเลือกตั้งทั่วไปของกรีซ วันที่ 25 ม.ค. เพื่อประเมินท่าทีของพรรคที่ชนะ ต่อฐานะการเป็นสมาชิกในกลุ่มอียู และแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

3. ติดตามตัวเลขการส่งออก - นำเข้า และภาพรวมเศรษฐกิจเดือนธ.ค. รายงานโดยธปท. ในวันที่ 30 ม.ค. เพื่อประเมินภาพรวม GDP ใน 4Q57 ฟื้นตัวได้มากน้อยเพียงใด รวมถึงโมเมนตัมที่จะส่งต่อมายัง 1Q58

4. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจต่างประเทศที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้าน และ GDP ของสหรัฐ, ดัชนี HSBC PMI ภาคการผลิตของจีน, การส่งออก-นำเข้า และอัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่น, GDP ใน 4Q57 ของฟิลิปปินส์, ดัชนี PMI ภาคการผลิต - บริการ และอัตราเงินเฟ้อ ของอียู, ยอดค้าปลีก และ GDP ใน 4Q57 ของอังกฤษ

-------------------------------------------------------------

ที่มา...บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ