งบ 4Q14 จะออกมาสวยใสกระชากใจผู้ถือ
กำไรสุทธิ 4Q14 มีแนวโน้มสร้างสถิติสูงสุดใหม่ที่ 92 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 71% Y-Y จากผลของการเปิดสาขาใหม่และยอดขายเฉลี่ยต่อสาขาเดิมที่โตแรง โดดเด่นกว่ากลุ่มค้าปลีกที่ถูกกระทบจากการบริโภคชะลอตัว ขณะที่ Upside ในอนาคตยังเปิดกว้าง เพราะตลาดในประเทศยังไม่อิ่มตัว และตลาดต่างประเทศเพิ่งเริ่มสร้างกำไร เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2015-17 ขึ้นเฉลี่ยปีละ 10% เพื่อสะท้อนการเติบโตที่แข็งแกร่ง ได้ราคาเป้าหมายปี 2015 ใหม่ที่ 40 บาท แนะนำซื้อ นอกจากระยะสั้นงบจะออกมาสวยจนต้องจัดชั้นให้เป็น Growth Stock แล้ว ศักยภาพการแข่งขันในระยะยาวยังอยู่ในระดับสูง จากทั้งแบรนด์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และความเสี่ยงทางการเงินที่มีสถานะเป็น Net Cash ซึ่งทำให้สามารถรักษา ROE ได้สูงกว่า 30% จนอาจสร้างแรงจูงใจต่อการเข้ามาของนักลงทุนสถาบันหรือ Strategic Partner ในอนาคตได้
คาดกำไรสุทธิ 4Q14 ทะยานทำสถิติสูงสุดใหม่แตะ 90 ล้านบาท : คาดกำไรสุทธิ 4Q14 เพิ่มขึ้น 13% Q-Q และ 71% Y-Y มาอยู่ที่ 92 ล้านบาท ถือเป็นการเติบโตที่สูงสุดในกลุ่มค้าปลีก จากยอดขายเฉลี่ยต่อสาขาเดิมที่เพิ่มขึ้นอีก 12% Y-Y และการเปิดสาขาใหม่อีก 10 สาขา แบ่งเป็นของ BEAUTY BUFFET 6 สาขา (รวมเป็น 204 สาขา) และ BEAUTY COTTAGE 4 สาขา (รวมเป็น 80 สาขา)
ส่วน Beauty Market ยังคงเดิมที่ 10 สาขา ซึ่งทำให้คาดยอดขายเพิ่มขึ้น 15% Q-Q และ 53% Y-Y เป็น 410 ล้านบาท ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะลดลงเหลือ 66.5% จาก 68.0% ใน 3Q14 จากการอัดโปรโมชั่นเพื่อคืนกำไรให้ลูกค้าช่วงปลายปี แต่จะถูกชดเชยจากผลของ Economies of scale เนื่องจากต้นทุนสาขาส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่ที่ไม่ผันแปรตามรายได้ โดยคาดว่าสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมจะลดลงเหลือ 40.5% จาก 41.2%
Upside ยังเปิดกว้างทั้งในและต่างประเทศ : BEAUTY มีแผนขยายสาขาปีนี้อีก 55 สาขา แบ่งเป็น BEAUTY BUFFET 30 สาขา BEAUTY COTTAGE 15 สาขา และ Beauty Market 10 สาขา แม้ปัจจุบันสาขาจะครอบคลุมทั่วประเทศแล้ว แต่ยังเหลืออีสานซึ่งมีประชากรมากสุดราว 1 ใน 3 แต่ BEAUTY กลับมีสาขาเพียง 20 สาขาหรือ 7% ของสาขาทั้งหมด จึงยังมีช่องว่างให้ขยายได้อีกมาก ควบคู่ไปกับการเจาะตลาด Mass ผ่านแบรนด์ MADE IN NATURE และ Girly girl ที่เติบโตดีและมีแนวโน้มเพิ่ม SKU ในร้านสะดวกซื้อรวมถึงห้างค้าปลีกขนาดใหญ่
ขณะที่รายได้ต่างประเทศจากกลุ่ม CLMV ยังไปได้สวย โดยเฉพาะเวียดนามที่จะเปิดอีก 10-12 สาขา (เดิมมี 6 สาขา) หลังเจรจาแก้ไขข้อห้ามในการนำสินค้าเข้าไปจำหน่ายได้สำเร็จ โดยคาดว่าสัดส่วนรายได้จากช่องทางที่นอกเหนือจากการขยายสาขาปกติ ซึ่งรวมถึงออนไลน์ด้วยจะเพิ่มขึ้นเป็นไม่ต่ำกว่า 10% จากปัจจุบันที่มีอยู่ประมาณ 5%
ปรับประมาณการขึ้นเพื่อสะท้อนการเติบโตที่แข็งแกร่งเกินคาด : ด้วยกำไรที่โตแรงไม่หยุด เราจึงปรับคาดการณ์กำไรสุทธิในช่วง 3 ปีข้างหน้า (2015-17) ขึ้นเฉลี่ย 10% โดยปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ 5% และลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมลง 2% ทำให้กำไรสุทธิปี 2015 โต 37% Y-Y เป็น 359 ล้านบาท หรือประมาณ 90 ล้านบาทต่อไตรมาสใกล้เคียงกับที่คาดว่าจะทำได้ใน 4Q14 ส่วนปี 2016 คาดโตต่ออีก 25% Y-Y เป็น 448 ล้านบาท
ขยับเป้าปี 15 ขึ้นเป็น 40 บาท แนะนำ “ซื้อ” : ผลจากการปรับประมาณการทำให้ได้ราคาเป้าหมายปี 2015 ใหม่ที่ 40 บาท (DCF, WACC 9%) ยังคงแนะนำซื้อด้วยจุดเด่น (1) กำไรเติบโตแรงและมีเสถียรภาพ (2) การมีแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ทำให้ BEAUTY มีศักยภาพการแข่งขันในระยะยาวที่สูง (3) ความเสี่ยงทางการเงินต่ำด้วยสถานะ Net Cash แต่สามารถสร้าง ROE ได้สูงกว่า 30% เทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 22% สะท้อนว่าเก่งทั้งขายและควบคุมต้นทุน (4) อยู่ในอุตสาหกรรมที่ขยายตัวแม้การบริโภคในประเทศจะชะลอ






