กำไรไตรมาส 4/57 ตามคาด
กำไรตามคาด
BAY รายงานกำไรไตรมาส 4/57 ที่ 3.9 พันล้านบาท สูงขึ้น 292% YoY และ 12% QoQ ผลประกอบการเป็นไปตามประมาณการของเราแต่สูงกว่าประมาณการตลาด 5% กำไรจากการดำเนินงานที่ไม่รวมสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯสูงขึ้น 13% YoY และ 5% QoQ เป็น 9 พันล้านบาท กำไรปี 2557 คิดเป็น 100% ของประมาณการของเรา
ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
สินเชื่อสูงขึ้น 3.9% QoQ และ 7.3% YoY เป็นไปตามประมาณการของเรา โดยสินเชื่อรายย่อยสูงขึ้น 3.2% QoQ หนุนโดยการเติบโตสินเชื่อเครดิต 7.7% QoQ พร้อมกันนี้สินเชื่อบรรษัทขยายตัว 7.5% QoQ และ 9.5% YoY ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการปรับลดสินเชื่อที่ใช้เป็นทุนหมุนเวียนกิจการ สินเชื่อธุรกิจ SME สูงขึ้น 0.9% QoQ และ 6.9 YoY และสินเชื่อไตรมาส 4/57 ที่ปรับตัวดีขึ้นหนุนส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยธนาคารปรับตัวสูงขึ้นเป็น 4.27% สูงขึ้น 1bps QoQ แต่ลดลง 19bps YoY ดอกเบี้ยรับสุทธิเพิ่มขึ้นก้ากระโดด 22% YoY และ 9% QoQ เป็นไปในทิศทางเดียวกับการเติบโตสินเชื่อ
รายได้ค่าธรรมเนียมสูงขึ้น 11% YoY และ 8% QoQ เป็น 4.4 พันล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอยู่ที่ 9 พันล้านบาท สูงขึ้น 9% YoY และ 5% QoQ อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ของ BAY เป็น 49.1% ในไตรมาส 4/57 สูงขึ้นเล็กน้อยจากเดิมที่ 48.6% ในไตรมาส 3/57 (และ 48.5% ในไตรมาส 4/56) เนื่องจากค่าใชจ่ายในการดำเนินงานปรับตัวสูงกว่ารายได้ค่าธรรมเนียมในช่วงไตรมาสดังกล่าว
ธนาคารตั้งการกันสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯรวมสำหรับไตรมาส 4/57 ที่ 4.9 พันล้านบาท ลดลง 28% YoY และทรงตัว QoQ ซึ่งสูงกว่าที่เราคาดการณ์ไว้เล็กน้อย สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมลดลง 2.8% ณ สินปี 2557 จาก 3.3% ณ สิ้นเดือนก.ย. ในขณะที่อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้สูงขึ้นเป็น 133% ณ สิ้นปี 2557 จาก 123% ในช่วงสามเดือนก่อน
แนวโน้ม
เราคาดกำไรไตรมาส 1/58 ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย QoQ และ YoY จากผลประโยชน์ที่ได้จากการรวมธุรกิจกับ BTMU กรุงเทพฯในวันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
เรายังคงประมาณการกำไรปี 2558 และปี 2559 ไม่เปลี่ยนแปลง
คำแนะนำ
เรายังคงคำแนะนำ ขาย BAY ดัวยปัจจัยดังต่อไปนี้ 1.) ผลกระทบจากหุ้นเพิ่มทุนใหม่จำนวน 1.2 พันล้านหุ้นเพื่อแลกกับการรวมธุรกิจกับธนาคาร BTMU สาขาในประเทศไทยเป็นทำให้มี Dilution effect ต่อกำไรต่อหุ้นธนาคารประมาณ 15% (อย่างไรก็ตามเราอาจปรับเพิ่มประมาณการ BAY ในอนาคตจากประโยชน์ในการเปลี่ยนกลุ่มผู้ถือหุ้นใหม่) , 2.) คาดว่าจะมีรายจ่ายพิเศษเกิดขึ้นจากการเข้ารวมกิจการกับ BTMU (อาทิเช่น ตัดจำหน่ายค่าความนิยมของกิจการ) และ 3.) มูลค่าซื้อขายที่แพง ด้วย PBV ณ สิ้นปี 2558 ที่ 2.3เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 1.4เท่า และมี PE สูงถึง 25 เท่าเทียบกับกลุ่มที่ 10.6 เท่า









