ซื้อสะสมหุ้นปันผลดี และซื้อเก็งกำไรหุ้นขนาดกลาง-เล็ก
Market Outlook
คาดดัชนีฯ วันนี้ ขึ้นทดสอบแนวต้าน 1540/1548 จุด โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากประเด็นอีซีบี ออกมาตรการ QE แนะนำ เก็งกำไรหุ้นขนาดกลาง-เล็ก และสะสมหุ้นปันผลดี
คาดดัชนีฯ วันนี้ ขึ้นทดสอบแนวต้าน 1540/1548 จุด แนวรับ 1530/1527 จุด แรงหนุนหลักมาจากการเก็งผลประชุมอีซีบี วันพฤหัสฯนี้ หลังจากโพลล์สำรวจนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ (56/60 รายหรือ 93%) คาดว่าจะประกาศ QE ในการประชุมพฤหัสฯ นี้ ด้วยวงเงินมูลค่า 5.5 แสนล้านยูโร (หรือเฉลี่ยอย่างน้อย 40 พันล้านยูโรต่อเดือน ซึ่งสามารถชดเชยการสิ้นสุด QE ของเฟดสหรัฐฯ ปีก่อน ได้ระดับหนึ่ง) ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อการเพิ่มกระแสเงินทุนส่วนเกินในตลาดโลก และนำไปสู่การเกิด Carry Trade เก็งกำไรสินทรัพย์เสี่ยงรอบใหม่
ขณะที่ แรงหนุนจากกลุ่มพลังงาน คาดแผ่วลงตามราคาน้ำมันดิบที่กลับมาอ่อนตัว ส่วนปัจจัยในประเทศจับตารายงานผลกำไรกลุ่มสถาบันการเงิน (TISCO TMB รายงานกำไรดีกว่าคาด, SCB TCAP รายงานกำไรตามคาดการณ์ของตลาด) และวันที่ 23 ม.ค. ประเด็นการลงมติคดีถอนถอนอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์
กลยุทธ์ลงทุน : ซื้อสะสมหุ้นปันผลดี QH INTUCH BTS และซื้อเก็งกำไรหุ้นขนาดกลาง-เล็ก PM BEAUTY TTCL (ดูหน้า 3) AMATA ANAN CHG TMB JTS TRUEIF TPCH
ปัจจัยต่างประเทศ
นักลงทุนเก็งกำไรผลประชุมอีซีบีต่อเนื่อง ส่งผลหุ้นตลาดหุ้นเยอรมนี ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์โดยผลสำรวจล่าสุดจากบลูมเบิร์ก จากนักเศรษฐศาสตร์ 60 รายระหว่างวันที่ 9-16 ม.ค. 58 ที่ผ่านมา นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ 93% (เพิ่มขึ้นผลจากผลสำรวจครั้งก่อนที่ 37%) คาดว่าอีซีบีจะประกาศ QE มูลค่า 5.5 แสนล้านยูโร (ประมาณ 6.4 แสนล้านดอลลาร์) ในการประชุมวันที่ 22 ม.ค. นี้ และยังคาดอีกว่าอีซีบีอาจยังไม่ให้รายละเอียดมากนักในการประชุมครั้งนี้ โดยส่วนคาดว่า QE ครั้งนี้จะเน้นไปในการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาล และอาจมีตราสารหนี้อื่นๆ ด้วย นอกจากนี้นักเศรษฐศาสตร์ใหญ่ยังคาดว่า อีซีบีจะเข้าซื้อสินทรัพย์ของประเทศสมาชิกต่างๆ ตามสัดส่วนทุน และทุกประเทศจะมีส่วนในการแชร์ความเสี่ยง
วันนี้ จีนประกาศ 4Q57F GDP คาดเติบโต 7.2%y-y (Vs 7.3%) ส่วนทั้งปี 57 ลดลงเหลือ 7.3% (ปี 56+7.7%) ส่วนปี 58 คาด 7% จากแผนปฏิรูปต่อเนื่องของทางการ แต่ตลาดคาดว่าจะไม่เกิด Hard Landing โดยคาดว่าจีนจะผ่อนคลายการเงินผ่านการลดดอกเบี้ยฯ และเพิ่มเม็ดเงินสภาพคล่องช่วยเหลือเป็นรายอุตฯ
น้ำมันดิบกลับมาอ่อนตัว โดยสัญญา Brent กลับมาปิดต่ำกว่าระดับ 50 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังกระทรวงพลังงานสหรัฐระบุในเอกสารว่าจะมีแทรกแซงตลาด นอกจากนี้ ตลาดน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากคอมเมนต์ของรัฐมนตรีกระทรวงน้ำมันของอิหร่านว่า อิหร่านสามารถทนต่อราคาน้ำมันที่ต่ำลงได้ถึงระดับ 25 ดอลลาร์/บาร์เรล
ปัจจัยในประเทศ
จับตา ทิศทางค่าเงินบาท หลังจากช่วงสัปดาห์นี้ มีทิศทางกลับมาแข็งค่า จากค่าเงินยูโรที่อ่อนค่าลง คาดส่งผลจะมีเม็ดเงินไหลกลับเข้าตลาดในเอเชียในระยะนี้ (แม้นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิหุ้นไทย) ซึ่งคาดเป็นผลดีต่อตลาดหุ้นในภูมิภาคในสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ดี ค่าเงินที่แข็งค่าขึ้น สร้างความกังวลเพิ่มขึ้นต่อภาคการส่งออกของไทย ที่ยังฟื้นตัวได้ค่อนข้างช้า ทั้งนี้ เราคาดว่าค่าเงินบาทจะยังแกว่งตัวในกรอบ 32-33 บาท/ดอลลาร์ต่อไป และ KTZ ประเมินค่าเงินบาทปี 58 เฉลี่ยที่ระดับ 32.50 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่วันนี้อยู่ที่ระดับ 32.62 บาท/ดอลลาร์
ทางเทคนิค ดัชนีฯ โดยรวมยังเป็นการแกว่งตัวในกรอบ 1500-1550 จุด ซึ่งเราคาดว่ามีโอกาสของการทดสอบแนวต้าน 1548 จุดในสัปดาห์นี้ (ครั้งที่แล้วทดสอบไม่ผ่านและอ่อนตัวกลับไปสร้างฐานบริเวณ 1515 จุด) ซึ่งคาดว่าหากสามารถขึ้นไปยืนปิดที่ระดับเหนือ 1550 จุดขึ้นไป ทิศทางของขาขึ้นจะชัดเจนขึ้น โดย indicator ระยะสั้นกลับมามีโมเมนตัม ทั้ง MACD ที่กลับมายืนเหนือระดับ 0 รวมถึงดัชนีฯ สามารถยืนปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น 5,10,25 วันได้









