วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กสท.เล็งเก็บค่าธรรมเนียมกล่องดาวเทียมขายขาด

กสท.จัดระเบียบกล่องดาวเทียมขายขาด จ่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรายปี 4% ยอดขายกล่องดาวเทียม

นายสมบัติ ลีลาพตะ รักษาการรองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สายกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เปิดเผยว่าการประชุมกรรมการ กสท. วานนี้ (19 ม.ค.) ได้พิจารณาข้อเสนอแนะกรณีปัญหาการเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปีอัตรา 4% ในกลุ่มผู้ประกอบการจำหน่ายกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก(เพย์ทีวี) แบบไม่มีค่าบริการรายเดือน/รายปี โดยแบ่งเป็นค่าธรรมเนียมใบอนุญาต 2% ซึ่งคิดจากรายได้รวมจากการประกอบกิจการหากมีรายได้มากกว่า 5 ล้านบาท จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียม 2% และหากไม่ถึง 5 ล้านบาท จ่ายค่าธรรมเนียม 1.5% ส่วนค่าธรรมเนียมอีก 2% จ่ายเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.)

จากการศึกษาของสำนักงาน กสทช.พบว่ารายได้จากการจำหน่ายกล่องดาวเทียมประเภทขายขาด เป็นส่วนที่มาจากการประกอบกิจการเช่นกัน ซึ่งจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรายปีเช่นเดียวกับการประกอบกิจการตามที่ได้ใบอนุญาต

นอกจากนี้ผู้ประกอบการกล่องรับสัญญาณดาวเทียมแบบบอกรับสมาชิก ได้จัดตั้งบริษัทลูกจำหน่ายกล่องแบบขายขาด ทำให้การจัดเก็บรายได้ไม่เป็นไปตามความจริง หากมีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมจะทำให้เกิดความเท่าเทียมและความยุติธรรมกับผู้ประกอบการที่ไม่แยกออกมาตั้งบริษัทลูกและจ่ายค่าธรรมเนียมรายปีถูกต้องตามรายได้ที่เกิดขึ้นจริง ปัจจุบันพบว่ามูลค่าตลาดรวมของกล่องดาวเทียมแบบบอกรับสมาชิกอยู่ที่ 3,000 ล้านบาทต่อปี

อย่างไรก็ตามที่ประชุมยังไม่มีข้อสรุปในกรณีดังกล่าว เนื่องจากต้องศึกษารายละเอียดการจัดเก็บที่ชัดเจน จึงให้สำนักงาน กสทช.ศึกษาแนวทางและรูปแบบการจัดเก็บค่าธรรมเนียมว่าควรเป็นรูปแบบใด และจะออกมาเป็นประกาศใช้บังคับหรือไม่

ที่ประชุมได้พิจารณา (ร่าง)แนวทางการพิจารณาอนุญาตของ กสท. ตามข้อ 4 ของประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป หรือ Must Have เพื่อเพิ่มช่องทางในการรับชมรายการโทรทัศน์แบบถ่ายทอดสดในบริการโทรทัศน์ประเภทอื่น โดย กสท.ยังไม่มีมติเรื่องดังกล่าว

นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. และกรรมการ กสท. กล่าวว่าการพิจารณาแนวทางปฏิบัติเพิ่มเติมตามประกาศมัสต์แฮฟ ยังมีความเห็นแตกต่างกันเรื่อง แนวทางเพิ่มเติมข้อยกเว้น ตามข้อ 4 ที่ไม่มีรายละเอียดว่าจะให้เพิ่มช่องทางรับชมในทีวีประเภทใด หรือแนวทางแก้ไขประกาศฯ ซึ่งในกรณีจะต้องดำเนินการตามกระบวนการออกประกาศใหม่ และต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะด้วยเช่นกัน บอร์ด กสท.จึงให้สำนักงานฯ ไปจัดทำรายละเอียดมาเสนอบอร์ด กสท.อีกครั้ง

นายสมบัติ กล่าวเพิ่มเติมว่าบอร์ด กสท. ยังได้มีมติให้สำนักงาน กสทช. ไปตรวจสอบรายชื่อสถานีวิทยุชุมชน ที่มีใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการกับทาง กสทช. แต่ไม่ได้นำอุปกรณ์ในการใช้ดำเนินการออกอากาศไปตรวจสอบมาตรฐานกับทาง กสทช. ภายใน 90 วัน ตามข้อกำหนดใน ประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 79 เรื่อง เงื่อนไขในการออกอากาศของสถานีวิทยุกระจายเสียงที่ได้รับอนุญาตทดลองประกอบกิจการ โดยให้ผู้ที่ยังไม่ดำเนินการตามประกาศ คสช. ฉบับดังกล่าว ยุติการดำเนินการออกอากาศทันทีจนกว่าจะได้รับอนุญาตจากทาง คสช. และหากพบว่าหลังให้ยุติออกอากาศแล้วยังมีการฝ่าฝืนผู้ประกอบการรายดังกล่าว จะพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตทันที