ราคาปรับตัวลดลงจากประเด็นความกังวล เป็นโอกาสเข้าซื้อที่ดี
ประเด็นการลงทุน
ราคาหุ้นคาราบาว กรุ๊ปอาจอยู่ในระดับต่ำกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ในตอนแรก แต่เรายังคงมั่นใจต่อแนวโน้มการเติบโตของอุปสงค์ในกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลัง อีกทั้งยอดขายของบริษัทยังมีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง เนื่องจากเราเชื่อว่าผลประกอบการปี 2557 และแนวโน้มอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทยนั้นไม่ใช้ประเด็นที่น่ากังวล เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ หุ้น CBG และยังเป็นหุ้นที่เราชื่นชอบมากที่สุดในกลุ่มผู้ผลิตเครื่องดื่ม ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 ของเราเป็น 43 บาท อ้างอิงจาก PE ต่อการเติบโตกำไร (PEG ratio) ที่ 1.0เท่า และอัตรากำไรเติบโตสะสมเฉลี่ยต่อปีที่ 32% สำหรับ 2 ปีหน้า เราอธิบายประเด็นความกังวลของตลาดที่มีต่อ CBG มีดังต่อไปนี้
ประเด็นที่ 1 – ตลาดมีความกังวลว่ากำไรอาจต่ำกว่าเป้า
ตลาดมีความกังวลว่ากำไรปี 2557 อาจต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจาก กำไรสุทธิช่วง 9 เดือนแรกของปี 2557 หลังหักส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยอยูที่ 641 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าที่ผู้บริหารตั้งไว้ที่ 1,000 ล้านบาทอยู่มาก แต่อย่างไรก็ตาม เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/57 จะอยู่ที่ 256 ล้านบาท (สูงขึ้น 6% QoQ และ 82% YoY) หนุนให้กำไรปี 2557 เป็น 897 ล้านบาท (สูงขึ้น 64% YoY) ซึ่งถ้าไม่หักส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยออก (ตัดออกตั้งแต่เดือนก.ค. 2557) กำไรสุทธิปี 2557 คาดจะอยู่ที่ 995 ล้านบาท
ประเด็นที่ 2 – แนวโน้มปี 2558 เป็นที่น่ากังวล
จากความกังวลต่อผลประกอบการไตรมาส 4/57 ที่อาจอ่อนตัว แนวโน้มกำไรปี 2558 จึงเริ่มมีความน่ากังวล แต่เราคาดว่าอัตราการเติบโตกำไรเฉลี่ยปี 2557-2559 ของ CBG จะอยู่ที่ 32% หนุนโดยยอดขายเครื่องดื่มคาราบาวแดงทั้งในประเทศและตลาดในภูมิภาคซึ่งได้แก่ กัมพูชา ลาว สหภาพเมียนมาร์ และเวียดนามปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราคาดกำไรปี 2558 ที่ 1,321 ล้านบาท พร้อมกันนี้เรายังเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่บริษัทจะจ่ายเงนปัลผลระหว่างกาลที่ 0.26 บาทต่อหุ้น
ประเด็นที่ 3 – ความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านราคาและอัตราการจัดเก็บภาษีที่เพิ่มขึ้น
เราเชื่อว่า CBG จะไม่ได้รับผลกระทบใดๆจากการแข่งขันด้านราคาของกลุ่มชาเขียวและการเพิ่มภาษีสรรพาสามิตของเครื่องดื่มอื่นๆที่อาจจะเกิดขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคจะเลือกซื้อเฉพาะยี่ห้อที่ตัวเองชื่นชอบเท่านั้น อีกทั้งกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลังยังไม่ค่อยมีการจัดทำโปรโมชั่นเพื่อหนุนยอดขายอีกด้วย อย่างไรก็ดีเรามั่นใจว่าวิธีทางการตลาดของ CBG นั้นได้ผลดีและมีต้นทุนถูก ซึ่งคิดเป็นประมาณ 7% ของรายได้ยอดขายของทั้งปี 2556 และปี 2557 (เราคาดปี 2558 ไว้ที่ 8%) นอกจากนี้ราคาเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศได้รวมภาษีสรรพาสามิตแล้ว 20% (แต่เครื่องดื่มประเภทชาเขียวปลอดภาษีอยู่ ณ ขนาดนี้) ซึ้งเราคาดว่าคงไม่น่าจะมีการปรับขึ้นอีกสำหรับหมวดเครื่องดื่มชูกำลัง
ประเด็นที่ 4 – อัตรากำไรหดตัว
เรามองว่าอัตรากำไรกลุ่มเครื่องดื่มชาเขียวและ Functional Drink จะถูกกดดันจากการลดราคาอย่างหนักและค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่สูงในช่วงโลว์ซีซั่น ซึ่งไม่เป็นประเด็นกับเครื่องดื่มชูกำลังที่ไม่มีผลกระทบจากช่วงฤดูกาล และคาดว่าคาราบาว กรุ๊ปจะมีอัตรากำไรสุทธิที่ 14% สำหรับปี 2558 สูงขึ้นจาก 12% ในปี 2557 หนุนโดยยอดขายสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงในต่างประเทศเพิ่มขึ้น (อัตรากำไรขั้นต้นที่ 38% เทียบกับยอดขายในประเทศที่ 33%), ต้นทุนก๊าซลดลลง (ซึ่งลดต้นทุนการผลิตขวด) และการปรับลดต้นทุนครั้งเดียว เช่น ต้นทุนการผลิตขวดทั้งปี และการหักส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยออก









