เอสเอ็มอีแบงก์เจาะสินเชื่อรากหญ้า ปล่อยกู้แม่ค้าตลาดสดและผู้ประกอบการห้องแถว วงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย
นายสุพจน์ อาวาส กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอีแบงก์) เปิดเผยว่า เป้าหมายสินเชื่อในปีนี้ ที่ตั้งไว้ 4 หมื่นล้านบาท จะอยู่ภายใต้แผนการตลาดเพื่อสนับสนุนธุรกิจผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม หรือเอสเอ็มอี ในระดับรากหญ้า วงเงินสินเชื่อไม่เกิน 5 ล้านบาทเช่น ผู้ประกอบการห้องแถว และพ่อค้าแม่ขายในตลาดสด เป็นต้น เพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการในซื้อวัตถุดิบที่เป็นปัจจัยการผลิต และยังสามารถช่วยลดการกู้เงินนอกระบบได้อีกด้วย
โดยปัจจุบันพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสด มีพฤติกรรมกู้ยืมเงินนอกระบบในอัตราดอกเบี้ย 10-20% ต่อเดือนอยู่แล้ว เพราะธุรกิจ ประเภทนี้ มีสภาพคล่องสูงคือ ซื้อมาขายไป ทำให้ความกังวลในเรื่องของการจ่ายค่าดอกเบี้ยไม่มี แต่หากเอสเอ็มอีแบงก์สามารถเจาะเข้าไปในตลาดนี้ได้ ก็ยิ่งจะส่งผลดีต่อลูกค้า เพราะอัตราดอกเบี้ยที่เอสเอ็มอีคิดอยู่ที่ 8.5% ต่อปี แม้ว่าจะสูงกว่าธนาคารพาณิชย์ทั่วไป แต่ข้อดีคือ ต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบหลายเท่าตัว
เขากล่าวต่อว่า ในอดีตเอสเอ็มอีแบงก์ ไม่ได้เจาะตลาดลูกค้ากลุ่มนี้ แม้จะมีศักยภาพก็ตาม เพราะมองว่า วงเงินสินเชื่อต่ำกว่า 5 ล้านบาท ไม่คุ้มค่า จะมุ่งเน้นไปที่การปล่อยสินเชื่อรายใหญ่วงเงิน 50-100 ล้านบาทมากกว่า แต่ปัจจุบันกระทรวงการคลังกำหนดให้เอสเอ็มอีแบงก์ ปล่อยกู้ไม่เกินรายละ 15 ล้านบาท ทำให้เป้าหมายของวงเงินในการปล่อยสินเชื่อถูกกำหนดให้มีขนาดเล็กลง ซึ่งตรงกับแนวความคิดของตนเองและคณะกรรมการของธนาคาร (บอร์ด) ที่ต้องการลงมาดูแลและช่วยเหลือเอสเอ็มอีในระดับรากหญ้ามากขึ้น
สำหรับหลักเกณฑ์ในการปล่อยสินเชื่อพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสด จะยึดหลักการประสานความร่วมมือกับเจ้าของตลาด โดยเจ้าของตลาดต้องการันตีผู้ค้าว่า มีตัวตนอยู่จริง ขณะนี้ผู้ค้าในตลาดเองต้องมีเอกสารสิทธิในการเช่าแผง มาประกอบการพิจารณาสินเชื่อด้วย โดยกำหนดวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 5 ล้านบาท แต่หากมีความต้องการวงเงินกู้ 1-5 แสนบาท เอสเอ็มอีแบงก์ก็พร้อมที่จะปล่อยกู้
ซึ่งขณะนี้ธนาคารได้ประสานความร่วมมือดังกล่าวกับเจ้าของตลาดสดหลายแห่ง เช่น ตลาดยิ่งเจริญ (สะพานใหม่) ตลาดคลองเตย (กรุงเทพ) ตลาดไท และตลาดสดสี่มุมเมือง เป็นต้น ตลาดสดเหล่านี้ มีแผงค้ามาก กว่า 500 แผง นอกจากนี้ ยังจะเจาะตลาดสดหัวเมืองใหญ่ตามภาคต่างๆ โดยเฉพาะตลาดสดที่อยู่ใกล้พรมแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเพราะขณะนี้ประเทศเพื่อน บ้านมีอัตราการเติบโตและมีการพัฒนาเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ทำให้คนในประเทศมีกำลังซื้อตามไปด้วย เช่น ตลาดสดประตูน้ำขอนแก่น ตลาดสด ในจังหวัดเชียงราย และจังหวัดเชียงใหม่








