วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

นักธุรกิจจีนร้องนายกฯ-ตร. สางปม'โรงแรมหรู'โกงพันล.

นักธุรกิจจีนยื่นหนังสือถึง “ประยุทธ์” เร่งรัดช่วยแก้ปัญหาปมถูกโรงแรมหรูที่เชียงใหม่ โกงกว่าพันล้านบาท

หลังคดีความล่าช้ามาตั้งแต่ปี 2554 ชี้กระทบการลงทุนและความเชื่อมั่นของนักลงทุนจีนในไทย พร้อมร้องทุกข์กองปราบดำเนินคดีฐานฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์ ปลอมแปลงเอกสาร เตรียมร้องก.ล.ต. และ ธปท.ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้(14 ม.ค.) นายเฉิน เล่ย กรรมการบริษัท ยูนนาน ไฮเชง อินดัสเตรียล กรุ๊ป สต็อก จำกัด พร้อมด้วยนายกอปรลาภ อภัยภักดิ์ ทนายความของบริษัท ได้เดินทางมายังศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยืนหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ช่วยเหลือกรณีได้รับความไม่เป็นธรรมในการเข้าซื้อกิจการโรงแรมแมนดาริน โอเรียลเต็ล ดาราเทวี จ.เชียงใหม่

นายกอปรลาภ กล่าวว่า บริษัทยูนนานฯ ได้ถูกกลุ่มทุนนักธุรกิจในภาคเหนือของประเทศไทยหลอกลวงให้เข้าไปซื้อหุ้นจากบริษัท นัดดาศรี จำกัด ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของโรงแรมแมนดาริน โอเรียลเต็ล ดาราเทวี กว่า 89% ซึ่งเมื่อมีการตกลงทำสัญญาร่วมกันโดยระบุว่าทั้งสองฝ่ายจะต้องปฏิบัติตามข้อสัญญาอย่างเคร่งครัด และเมื่อทำสัญญาเสร็จสิ้นบริษัทยูนนานฯ ได้จ่ายเงินให้กับบริษัท นัดดาศรี จำกัด เป็นงวดๆ จนครบจำนวน 1,100 ล้านบาท

แต่เมื่อบริษัทดังกล่าวได้รับเงินครบตามจำนวนแล้วกลับไม่ดำเนินการโอนหุ้นให้ตามข้อสัญญา แต่มีการโอนหุ้นให้เพียง 45% และมีการเปลี่ยนแปลงสัญญาในสาระสำคัญโดยพลการ โดยไม่มีการบอกกล่าวให้บริษัทยูนนานที่เป็นคู่สัญญารับทราบแต่อย่างไร และทำให้บริษัทยูนนานเข้าบริหารงานในโรงแรมไม่ได้ จึงเข้าข่ายเป็นการหลอกลวงอย่างชัดเจน และปัจจุบันบริษัท นัดดาศรี จำกัด อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ เนื่องจากมีภาระหนี้สินมาก แต่ทางบริษัทนัดดาศรีก็ไม่เคยแจ้งให้คู่สัญญาคือบริษัท ยูนนานฯทราบแต่อย่างใด

“เรื่องนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2554 และบริษัทยูนนานฯ ได้มีการแจ้งความในคดีแพ่งและแจ้งไปยังสถานทูตจีนประจำประเทศไทยแล้ว แต่ขณะนี้คดียังไม่มีความคืบหน้ามากนัก จึงอยากให้รัฐบาลช่วยเร่งรัดเรื่องนี้ให้เร็วขึ้น โดยขอให้ดำเนินการให้มีการโอนหุ้นให้ถูกต้องครบตามจำนวนที่ได้ตกลงไว้ หรือคืนเงินลงทุนให้กับนักลงทุนชาวจีน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนในประเทศไทย เพราะขณะนี้นักลงทุนชาวจีนกลุ่มนี้กำลังพิจารณายกเลิกการลงทุนโครงการอื่นๆ ในประเทศไทยด้วยจากปัญหาดังกล่าว” นายกอปรลาภ กล่าว

นอกจากนี้นักธุรกิจชาวจีนยังร้องขอให้คณะกรรมการหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ตรวจสอบการรับชำระหนี้ และต้องโอนหุ้นคืนให้กับบริษัท นัดดาศรี จำกัด และร้องเรียนให้มีการดำเนินการทางกฎหมายนักธุรกิจชาวไทย ที่กระทำการเข้าข่ายหลอกลวงร่วมกันฉ้อโกง เอกสารปลอม ทำบัญชีเท็จ ยักยอกทรัพย์และข้อหาอื่นๆ อย่างเฉียบขาดโดยยึดหลักธรรมาภิบาล ถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม โดยขณะนี้รายงานข่าวเกี่ยวกับเรื่องการฉ้อโกงของนักธุรกิจไทยบางกลุ่มที่ทำต่อนักธุรกิจจีนได้แพร่หลายในประเทศจีนแล้ว จึงอยากให้รัฐบาลเร่งแก้ไขในเรื่องนี้โดยเร็ว เพื่อไม่ให้กระทบต่อการลงทุนของนักธุรกิจจีนในประเทศไทยในระยะยาวต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) นายณัชพล โรจน์ถาวร ประธานเครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ ได้พา นายเฉิน พร้อมด้วย นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ ทนายความ เข้าพบ พ.ต.อ.ณษ เศวตเลข รอง ผบก.ป.เพื่อร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมในเรื่องเดียวกัน โดยนำเอกสารที่เกี่ยวข้องมามอบให้พนักงานสอบสวนเป็นหลักฐาน

นายณัชพล กล่าวว่า หลังจากได้รับร้องเรียนจากผู้เสียหายจึงตรวจสอบเรื่องราวที่เกิดขึ้น จนทราบข้อเท็จจริง ว่าก่อนหน้านี้ทางผู้เสียหายได้รู้จักกับกลุ่มนักธุรกิจทางภาคเหนือ ก่อนจะหลอกให้ซื้อหุ้นบริษัทที่เป็นเจ้าของกิจการโรงแรมดังกล่าว จนผู้เสียหายเข้าใจว่าได้ถือครองหุ้นเกิน 51% ซึ่งสามารถเข้าบริหารงานของโรงแรมได้ แต่เมื่อจะมีการโอนหุ้นเพื่อให้ฝ่ายผู้เสียหายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ กลุ่มนักธุรกิจดังกล่าวกลับไม่ปฏิบัติตามสัญญา โดยโอนหุ้นให้เพียง 45% นอกจากนี้ยังแอบเปลี่ยนแปลงข้อบังคับในที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท โดยที่ผู้เสียหายไม่เคยทราบเรื่อง เพราะไม่มีการแจ้งหรือบอกกล่าว

นายณัชพล กล่าวต่อว่า ที่สำคัญทางกลุ่มนักธุรกิจที่หลอกขายหุ้นให้ผู้เสียหาย ยังนำบริษัทเข้าฟื้นฟูกิจการกับบริษัทบริหารสินทรัพย์แห่งหนึ่ง เนื่องจากมีภาระหนี้สินกว่า 920 ล้านบาท โดยไม่แจ้งให้ฝ่ายผู้เสียหายทราบแต่อย่างใด ทำให้ผู้เสียหายต้องแบกรับภาระหนี้ของบริษัทและได้ชำระไปแล้วจนเหลือยอดหนี้อยู่เพียง 2.5 ล้านบาท จึงไม่สามารถบริหารกิจการโรงแรมดังกล่าว โดยกรณีที่เกิดขึ้นจะมีการร้องเรียนไปทางคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.) และธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย

นายณัชพล กล่าวว่า ได้แจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง ใช้เอกสารปลอม ยักยอกทรัพย์และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง

ด้าน พ.ต.อ.ณษ กล่าวว่า ในเบื้องต้นได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวน กก.4บก.ป.รับเรื่องและสอบปากคำผู้ร้องไว้ ก่อนจะตรวจสอบข้อเท็จจริงและเอกสารต่างๆ ที่ได้รับมอบไว้ ก่อนจะนำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป