ธุรกิจจัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการระดับนานาชาติมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเปิด"เออีซี"
จิมเม่ เอสซิงค์ ประธาน และกรรมการบริหาร บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย จำกัด กล่าวว่า "ไทย" มีศักยภาพหลายด้านต่อการเป็นศูนย์กลางการจัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการระดับนานาชาติในภูมิภาค เนื่องจากไทยมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี การคมนาคม ขนส่ง ที่มีมาตรฐานระดับโลก รวมถึง "ความคุ้มค่า" ด้านราคา เช่น โรงแรมที่มีคุณภาพเหมาะสมราคา ขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมการจัดงาน ที่สำคัญ รัฐบาลไทยให้การช่วยเหลือ สนุบสนุนด้านการจัดงานในอุตสาหกรรมไมซ์ และงานอีเวนท์ต่างๆ เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม การดำเนินธุรกดิจของ ยูบีเอ็มฯ ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่มองในเชิงการเติบโตทั่วทั้งภูมิภาค
"ไทยถือเป็นฮับที่สำคัญในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งควรจะได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนเพิ่มเติมในเรื่องเสถียรภาพการเมือง ความสงบต่างๆ อย่างยั่งยืน เพื่อสร้างความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยแก่ผู้ที่จะเข้ามาจัดและร่วมงานระดับนานาชาติที่มีผู้คนมาร่วมงานจากทั่วโลก"
ทั้งนี้ บริษัทได้เตรียมความพร้อมในการจัดงานให้ "ทุกงาน" เป็นงานระดับภูมิภาค เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาร่วมงานในไทย เช่น การจัดงานแสดงเทคโนโลยีพลังงานทดแทน ซึ่งเป็นงานที่ร่วมกับเอ็นเทคฯ สถาบันด้านเทคโนโลยี และจัดต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานานกว่า 5 ปี และไทย ถือเป็นผู้นำตลาดพลังงานทดแทน ด้วยตลาดที่ใหญ่ มีความแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับภูมิภาค
นอกจากนี้ ยังมีงานด้านอุตสาหกรรมรถยนต์ของไทย ที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงต่อเนื่อง ขณะที่การจัดงานวัตถุดิบและอาหาร แบ่งเป็นการจัดงานสลับกันทั้งในไทยและอินโดนีเซีย เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศดังกล่าว ถือเป็นตลาดใหญ่ในภูมิภาค
การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เป็นโจทย์สำคัญในการดำเนินธุรกิจของยูบีเอ็มฯ พัฒนางานระดับภูมิภาคมากขึ้น จากเดิมมุ่งเฉพาะตลาดในสิงคโปร์ และไทย ขณะที่การแข่งขัน "อินโดนีเซีย" มีศักยภาพสูง เพราะมีประชากรจำนวนมาก แต่หากพิจารณาในเชิงโครงสร้างพื้นฐาน "ไทย" มีศักยภาพสูงสุด
ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มการเติบโตดีในไทย คือ กลุ่มการผลิต กลุ่มก่อสร้าง เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม การประปา กลุ่มความงาม วัตถุดิบและอาหาร ขณะที่ กลุ่มพลังงานทดแทน และกลุ่มวัตถุดิบและอาหาร มีแนวโน้มการเติบโตดีที่สุด เพราะมีการพัฒนาในหลายด้านอย่างต่อเนื่อง สำหรับภาพรวมตลาดการจัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการ มีการเติบโต 10% ต่อปี ทั้งขนาดพื้นที่การจัดงานและจำนวนผู้เข้าร่วมงาน เทียบ 2-3 ปีก่อนหน้านี้ เติบโตเฉลี่ย 5-6% ต่อปี
"อดีต นักลงทุนหรือผู้เข้าร่วมงานต่างชาติ มักจะมองว่า จีน และอินเดีย เป็นตลาดใหญ่อันดับต้นๆ ที่น่าสนใจและเหมาะกับการจัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการระดับนานาชาติ ต่อมาเริ่มสนใจการจัดงานฯ ในไทยมากขึ้น สะท้อนจากการเติบโตของยูบีเอ็มฯ ในไทยสูง 30%"
ปี 2558 นี้ ยูบีเอ็มฯ มีการจัดงาน 8 งาน เพิ่มขึ้น 1 งาน จากปีก่อนมีจำนวน 7 งาน โดยงานที่เพิ่มขึ้นในปีนี้ คือ “อาเซียน บิวตี้ 2015” ในเดือน เม.ย.นี้ เป็นงานแสดงสินค้าและงานสัมมนาอุตสาหกรรมด้านความงามครบวงจร มุ่งให้เกิดการเจรจาระหว่างคู่ค้า คาดมีผู้ประกอบการร่วมงานกว่า 200 ราย ผู้เข้าร่วมชมงาน กว่า 8,000 คน จากในไทยและภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของการดำเนินงานในไทย มองว่า หากบริษัทใดไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นฐานหรือสถานการณ์ในไทยก็จะดำเนินงานได้ยาก แต่ยูบีเอ็มฯ เข้าใจสถานการณ์ในไทยเป็นอย่างดี จึงไม่มีปัญหาเรื่องการดำเนินงาน รวมถึงการจัดตั้งสำนักงานในไทย และมีพนักงานท้องถิ่น ทำให้เข้าใจและสามารถเข้าถึงวัฒนธรรมคนไทยได้ค่อนข้างดี
"เมื่อเกิดสถานการณ์หรือปัญหาบางอย่างภายในประเทศ บริษัทจะส่งทีมงานไปเจรจา ทำความเข้าใจ และสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าแบบตัวต่อตัว หรืออธิบาย สร้างความเชื่อมั่นว่า สถานการณ์ไม่ได้รุนแรงถึงขึ้นเข้ามาร่วมงานไม่ได้ เพราะถ้าเกิดเหตุการณ์รุนแรง บริษัทจะไม่ส่งพนักงานเข้าไปเสี่ยงดำเนินงานในสถานที่นั้นอยู่แล้ว"
สำหรับภาพรวมธุรกิจยูบีเอ็มฯ ในปีที่ผ่านมา มีมูลค่ารวม 2,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ที่มีมูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์ มาจากยูบีเอ็มฯ ในเอเชีย 25% ขณะที่การจัดงานประเทศต่างๆ ในภูมิภาค ตามพื้นที่การขายและจัดแสดงงานฯ ของปี 2556 รวม 1.6 ล้านตร.ม. ประกอบด้วย ไทย 5.06 แสนตร.ม. หรือ 30.7% สูงสุดในภูมิภาค ตามด้วย สิงคโปร์ 3.29 แสนตร.ม. มาเลเซีย 3 แสนตร.ม. อินโดนีเซีย 2 แสนตร.ม. เวียดนาม 1.58 แสนตร.ม. ฟิลิปปินส์ 1.51 แสนตร.ม.









