วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ความเชื่อมั่นนักลงทุนรูด36.5%หวั่นศก.ต่างชาติ

สปช.นัดสคร.-คนร.14ม.ค.นี้หาแนวทางปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ ด้านความเชื่อมั่นนักลงทุนรูด36.5%กังวลเศรษฐกิจต่างชาติ

นายไพบูลย์ นรินทรางกูร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า ในวันที่ 14 ม.ค.นี้ สปช.จะเชิญสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และ คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือ ซูเปอร์บอร์ด มาร่วมกันหารือเพื่อหาแนวทางในการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ โดยสปช.มองว่าการแปรรูปรัฐวิสาหกิจเป็นสิ่งสำคัญและต้องรับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วน

"สัปดาห์หน้าจะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐวิสาหกิจทั้งซูเปอร์บอร์ด และ สคร. มาร่วมกันหาแนวทางการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ เพราะสปช.มองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่จำเป็นและเร่งด่วน ต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ส่วนตัวมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ได้ประโยชน์แก่ประเทศ เชื่อว่าจะไม่มีเสียงต่อต้าน"

ทั้งนี้ ในการแปรรูปรัฐวิสาหกิจต้องนำทุกหน่วยงานมาพิจารณาร่วมกันว่าควรจะดำเนินการอย่างไร รัฐบาลต้องถือหุ้นน้อยลงเพื่อสร้างความคล่องตัวการทำธุรกิจหรือไม่ และหน่วยงานไหนต้องแปรรูปเข้าตลาดทุนบ้าง ส่วนบริษัทไหนที่เดิมเอกชนไม่ยอมทำธุรกิจแต่ปัจจุบันไม่มีความจำเป็นแล้ว ก็อาจจะต้องปิดรัฐวิสาหกิจนั้น

นอกจากนี้ควรจัดตั้งหน่วยงานเพื่อถือหุ้นรัฐวิสาหกิจโดยเฉพาะ หรือที่เรียกว่า ซูเปอร์โฮลดิ้ง มีหน้าที่คล้ายนักลงทุนสถาบัน เพื่อช่วยในการโหวตเสียงที่มีความสำคัญกับกิจการต่างๆ เพื่อให้เกิดการดูแลที่มีประสิทธิภาพ

ช่วงที่ผ่านมา สปช.ได้ผลักดันนโยบายที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนให้บรรจุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว 4 รายการ คือ 1.การเพิ่มประสิทธิภาพตลาดทุน 2.การผลักดันให้เกิดการออมแห่งชาติ 3.การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ 4.สร้างความรู้และความเข้าใจกับประชาชนในตลาดทุน เพิ่มโอกาสการเข้าถึงตลาดทุนได้ง่ายขึ้น โดยปัจจุบันมีกรอบเวลา 8 เดือนที่จะดำเนินการในเรื่องดังกล่าวให้เป็นรูปธรรม

สำหรับภาวะตลาดหุ้นในปีนี้มองว่าจะไม่คึกคักมากนัก เพราะปัจจุบันยังขาดปัจจัยที่เข้ามาขับเคลื่อนให้ดัชนีปรับเพิ่มขึ้นได้ ทั้งนี้รัฐบาลในช่วงที่ผ่านมาพยายามให้ข่าวในแง่ของการเติบโตทางเศรษฐกิจออกเป้าหมายต่างๆ และผลักดันให้เกิดแรงขับเคลื่อน แต่หลังจากนั้นก็ออกมาปรับลดประมาณการทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ดี ทั้งนี้รัฐบาลนี้ต้องเข้าใจบทบาทว่า เข้ามาเพื่อปฏิรูปประเทศ ดังนั้นควรให้ข่าวในเรื่องการปฏิรูปประเทศให้มากกว่าปัจจุบัน

นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุน เปิดเผยว่า ผลสำรวจภาพรวมความเชื่อมั่นนักลงทุนในช่วง 3 เดือนข้างหน้าของเดือนม.ค. ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 88.27 จุด จากเดือนก่อนหน้าที่ 119.22 จุด ปรับตัวลดลง 36.5 % มีทิศทางทรงตัวค่อนไปทางซบเซา ภาพรวมความเชื่อมั่นนั้นปรับตัวลดลงในทุกกลุ่มประเภทนักลงทุน โดยอิทธิพลที่เข้ามามีผลกระทบคือสถานการณ์ต่างประเทศ และภาวะเศรษฐกิจในประเทศไทย

"ดัชนีความเชื่อมั่นปรับตัวลดลงสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของตลาดหุ้นที่ไม่ดีนัก โดยปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อตลาดทุนในช่วง 3 เดือนข้างหน้า นักลงทุนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับปัจจัยสถานการณ์ต่างประเทศ 31.9% เศรษฐกิจในประเทศ 27.13% และนโยบายด้านเศรษฐกิจ 25.6%"

เมื่อแยกรายกลุ่มนักลงทุนถึงความเชื่อมั่นในตลาดทุนช่วง 3 เดือนข้างหน้า พบว่า รายบุคคลและบริษัทหลักทรัพย์ มองว่าตลาดหุ้นจะทรงตัว ส่วนสถาบันในประเทศและต่างประเทศมองว่าตลาดหุ้นจะซบเซาใน 3 เดือนข้างหน้า

ส่วนปัจจัยที่จะเข้ามาอิทธิพลนั้น นักลงทุนรายบุคคลให้น้ำหนักกับสถานการณ์ต่างประเทศ 30.13 % บริษัทหลักทรัพย์ให้ความสำคัญกับปัจจัยต่างประเทศเช่นกัน ที่ 33.33% ในขณะที่สถาบันในประเทศให้น้ำหนักกับนโยบายเศรษฐกิจที่ 34.69 % ส่วนนักลงทุนต่างประเทศให้น้ำหนักที่เศรษฐกิจในประเทศและ สถานการณ์ต่างประเทศ ที่ 33.33% เท่ากัน

ส่วนหมวดอุตสาหกรรมที่น่าลงทุนในช่วง 3 เดือนข้างหน้าคือ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ส่วนอุตสาหกรรมที่ไม่น่าลงทุนคือหมวดทรัพยากร โดยสถาบันในประเทศมองกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างน่าลงทุนมากที่สุด สถาบันต่างประเทศ รายย่อย และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์มองแตกต่างจากกลุ่มอื่น โดยเชื่อว่ากลุ่มธุรกิจการเงิน และกลุ่มบริการน่าลงทุนมากที่สุด