รัฐบาลไฟเขียวอัดงบท่องเที่ยวไทยยกระดับสู่คุณภาพ เน้นความปลอดภัย เร่งแก้ปัญหางบประมาณซ้ำซ้อน
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่าจากการประชุมงบประมาณปี 2559 ร่วมกับพลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีข้อสรุปว่ารัฐบาลเตรียมยกระดับการท่องเที่ยวไทยครั้งใหญ่ให้ก้าวสู่การลงทุนเพื่อการท่องเที่ยวคุณภาพ (Stepping Stone) สำหรับสร้างความยั่งยืนระยะยาว ดังนั้นกลยุทธ์ด้านการท่องเที่ยวจึงอาจไม่เน้นเรื่องตัวเลขนักท่องเที่ยว แต่มุ่งยกระดับรายได้ และพัฒนาการท่องเที่ยวคุณภาพอย่างแท้จริง มีความปลอดภัย และภาพลักษณ์ที่ดีในตลาดต่างประเทศ
ดังนั้นในปีงบประมาณ 2559 กระทรวงฯ อาจได้รับการจัดสรรงบสูงกว่าปกติ แต่อยู่ภายใต้เงื่อนไข จะต้องทำงานให้เกิดการบูรณาการอย่างแท้จริง ไม่ซ้ำซ้อนกันระหว่างหน่วยงานภายในและภายนอก ขณะนี้จึงอยู่ระหว่างให้หน่วยงานที่มีหน้าจัดทำแผนปี 2559 สำรวจว่ามีแผนปฎิบัติงานใดที่ยังมีความทับซ้อนระหว่างหน่วยงาน เพื่อเร่งแก้ไขก่อนจะเสนอของบประมาณอย่างเป็นทางการ โดยจะเน้นขจัดปัญหาการใช้งบประมาณซ้ำซ้อนและไม่มีประสิทธิภาพ ที่เป็นปัญหาใหญ่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา
สำหรับแผนงานแนวบูรณาการด้านการท่องเที่ยว ขณะนี้ได้เดินทางไปพบกับทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องครบแล้ว โดยหลังจากหารือร่วมกับกระทรวงคมนาคม กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงสาธารณสุข ในการวางกรอบการพัฒนาท่องเที่ยวแบบบูรณาการทำงานร่วมกันแล้ว ล่าสุดเข้าพบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อนำเสนอแผนแม่บท(มาสเตอร์แพลน)ท่องเที่ยว ซึ่งจะเริ่มต้นในเดือน ก.ค.2558 และสิ้นสุดปี 2563 หรือยุทธศาสตร์ท่องเที่ยว 2020 ขณะนี้อยู่ระหว่างการร่างและคืบหน้าแล้ว 30-40%
จากการหารือกับกระทรวงมหาดไทยมีผลให้ทั้ง 2 กระทรวงเห็นชอบร่วมกันที่จะประสานงานการพัฒนาในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ทั้งในกรอบ 5 คลัสเตอร์ที่ได้ริเริ่มให้เป็นต้นแบบและกรอบการพัฒนาระดับประเทศในพื้นที่อื่นๆ โดยต่อไปหน่วยงานระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จะทำงานสอดประสาน พร้อมกับรับฟังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับหน่วยงานท่องเที่ยว ในการวางแผนการพัฒนาท้องถิ่นให้มีความพร้อมรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และสามารถกำหนดทิศทางการพัฒนาในชุมชนและเจ้าของพื้นที่ต้องการ เพื่อให้ด้านการตลาดนำไปต่อยอดตรงจุดประสงค์
ขณะเดียวกันจะต้องดูแลด้านความปลอดภัยผู้มาเยือนในระดับสูงสุด รวมถึงการจัดการเพิ่มขีดความสามารถการรองรับเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบทั้งตัวนักท่องเที่ยวและชุมชนเอง เช่น การจัดโซนนิ่งให้เกิดการลงทุนในธุรกิจต่างๆ ที่เหมาะสม, เรื่องการจัดการขยะ, การจัดการมลภาวะต่างๆ เป็นต้น
"การหารือกับกระทรวงต่างๆ มีความเข้าใจที่ดี และมีข้อตกลงเบื้องต้นว่าต่อไประดับปลัดกระทรวงต่างๆ ไปถึงฝ่ายปฎิบัติการระหว่างกระทรวงจะต้องทำงานแลกเปลี่ยนและประสานกันมากกว่าเดิม เพราะรัฐบาลตระหนักดีว่าปัจจุบันท่องเที่ยวเป็นเสาหลักทำรายได้ให้ประเทศ" นางกอบกาญจน์ กล่าว
รายงานจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่าในปี 2558 ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 1.89 หมื่นล้านบาท ลดลงจากปี 2557 ที่ได้รับ 2.41 หมื่นล้านบาท ลดลง 21.48% โดย ททท.ได้รับงบปี2558 ทั้งสิ้น 6.5 พันล้านบาท และล่าสุดจัดทำคำของบประมาณปี 2559 ราว 8.5 พันล้านบาท









