วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผวา'แชร์ลูกโซ่'ออนไลน์

"เติมเงินมือถือ-เกมอินเทอร์เน็ต" ส่อเข้าข่าย "แชร์ลูกโซ่" ออนไลน์ พบ60บริษัทมีเอี่ยว

เปิดเล่ห์ "แก๊งแชร์ลูกโซ่" อาศัยความโลภของมนุษย์เป็นเครื่องมือ พัฒนากลโกงจาก "ขายตรง-น้ำมัน-สินค้าเกษตร-ฌาปนกิจ" เป็น "แชร์ลูกโซ่ออนไลน์" พบบริษัทรับเติมเงินมือถือ-เกมอินเทอร์เน็ตส่อเข้าข่าย เหตุโฆษณาเติมแล้วรวย เล่นแล้วได้เงิน ชี้ภัยใกล้ตัวเด็กเยาวชน

สังคมไทยรู้จักพิษสงของ "แชร์ลูกโซ่" มาแล้วหลายสิบปี ที่ดังๆ ติดหูคนไทยก็เช่น แชร์ชาร์เตอร์ แชร์แม่ชม้อย-แม่นกแก้ว ฯลฯ

แต่เชื่อหรือไม่ทุกวันนี้ก็ยังมีคนตกเป็นเหยื่อขบวนการเหล่านี้อยู่ เพราะคนร้ายพัฒนารูปแบบและวิธีการหลอกลวงให้มีความซับซ้อนและแนบเนียนยิ่งขึ้น แถมสอดคล้องกับกระแสของยุคสมัย จนยากจะจับได้ไล่ทัน

มิหนำซ้ำยังใช้ช่องทางการสื่อสารสมัยใหม่เพื่อเข้าถึงเหยื่อได้ง่ายดายเพียงแค่ใช้ปลายนิ้วคลิก!

พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ อดีตผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งเคยรับผิดชอบสอบสวนคดีแชร์ลูกโซ่มาแล้วหลายสิบคดี จนได้รับสมญา "มือปราบแชร์ลูกโซ่" อธิบายภาพรวมของ "แชร์ลูกโซ่" ว่า ที่พบมากในสังคมไทยอาจแบ่งได้เป็น 4 กลุ่ม คือ

1.แชร์ลูกโซ่ที่แฝงมากับการลงทุนน้ำมันดิบ ทองคำ สกุลเงินต่างประเทศ โดยจุดที่คนร้ายหยิบมาใช้หลอกล่อเหยื่อ คือ การเก็งกำไรจากการ "ซื้อขายล่วงหน้า" โดยในส่วนนี้มีกฎหมายควบคุมอยู่แล้ว และอยู่ในความรับผิดชอบดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

2.แชร์ลูกโซ่ที่แฝงมากับการลงทุนสินค้าเกษตร เช่น ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ซึ่งในส่วนนี้มีสำนักงานคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า (ก.ส.ล.) กระทรวงพาณิชย์ เป็นหน่วยงานกำกับดูแล

3.แชร์ลูกโซ่ที่แฝงมากับ "ธุรกิจขายตรง" สินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ ในส่วนนี้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบ

4.แชร์ลูกโซ่ที่แฝงมากับกองทุน "ฌาปนกิจสงเคราะห์"

ส่วนรูปแบบและวิธีการของแชร์ลูกโซ่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเท่าใดนัก คือ เน้นหาสมาชิก มีหัวหน้าทีม ให้โอนเงินเข้าไปก่อน ส่วนแผนการตลาดต่างๆ ก็จะมีผลตอบแทนสูงมากเพื่อเป็นจุดดึงดูดคนให้ตกเป็นเหยื่อ โดยจุดชักชวนที่อันตรายคือ "หาเพื่อนมาร่วมลงทุนมากเท่าไรก็ได้ผลตอบแทนมากขึ้นเท่านั้น"

พบใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือ

พ.อ.ปิยะวัฒก์ กล่าวต่อว่า ในกลุ่มแชร์ลูกโซ่ที่ชักชวนให้ลงทุนทองคำและสกุลเงินต่างประเทศ พบมีการใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือในการหลอกลวงมากขึ้น มีการเปิดให้ตรวจสอบบัญชีของตัวเอง ซึ่งช่วงแรกจะพบว่าบัญชีตัวเองมีผลตอบแทนเข้ามาจริง แต่สุดท้ายปิดเว็บไซต์หนี แล้วไปเปิดเว็บใหม่ ซึ่งจะย่นระยะเวลาการลงทุนให้สั้นลงไปอีก

ส่วนในกลุ่มที่ชักชวนให้ลงทุนในกลุ่มสินค้าเกษตร สินค้าอื่นๆ (ขายตรง) และกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์นั้น พบการแพร่ระบาดใน 4-5 จังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยแชร์ลูกโซ่ที่แฝงมากับธุรกิจขายตรงจะแอบอ้างว่าได้รับอนุญาตให้ทำธุรกิจขายตรง แต่สินค้าที่ขายไม่ตรงกับที่มีการขออนุญาต ขณะที่ระบบการให้ "ผลตอบแทน" ก็ผิดเพี้ยนไป แทนที่จะมุ่งขายสินค้ากลับมุ่งหาสมาชิก ซึ่งขัดกับกฎหมายขายตรง

อีสานแหล่งแชร์"ฌาปนกิจ"

ขณะที่แชร์ลูกโซ่ที่แฝงมากับกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ พบว่ามีการหลอกลวงกลุ่มชาวบ้านตามพื้นที่ชายขอบห่างไกลจากตัวเมือง ซึ่งการจะดำเนินกิจกรรมเช่นนี้ได้ ต้องจดทะเบียนเป็นสมาคมหรือมูลนิธิ ซึ่งต้องผ่านการพิจารณาจากกระทรวงมหาดไทยเสียก่อน

"จากที่ได้เดินทางไปบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่ในจังหวัดทางภาคอีสานหลายจังหวัดพบว่าประชาชนในพื้นที่เหล่านี้ยังตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มแชร์ลูกโซ่ เช่น อุดรธานี สกลนคร ร้อยเอ็ด มหาสารคาม"

ติงรัฐไม่จริงจังให้ความรู้ประชาชน

พ.อ.ปิยะวัฒก์ กล่าวอีกว่า การป้องกันและปราบปรามขบวนการแชร์ลูกโซ่ที่ผ่านมายังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร เนื่องจากขาดการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้และแจ้งเตือนประชาชน ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายก็ไม่จริงจัง

ทั้งนี้ การประชาสัมพันธ์ให้ความรู้กับประชาชนนั้น พ.อ.ปิยะวัฒก์ บอกว่า สิ่งที่สำคัญคือการตรวจสอบเรื่องการลงทุนให้แน่ชัดก่อนตัดสินใจลงทุน ไม่ว่าจะเป็นบริษัทมีอยู่จริงหรือไม่ ในต่างประเทศมีอยู่จริง แต่ในประเทศไทยเป็นของจริงหรือเปล่า อย่าเพิ่งเชื่อง่ายๆ

ส่วนแผนการลงทุน ต้องดูว่าเงินทุนที่ลงไปนั้น บริษัทนำไปลงทุนอะไร สินค้าหรืออสังหาริมทรัพย์ แต่ถ้าไม่มีการทำธุรกิจอะไรเลย หรือไม่ลงทุนอะไรเลย แล้วจะนำผลกำไรกลับมาจากการดำเนินธุรกิจได้อย่างไร

แนะฟันอาญา-ฟอกเงิน-ล้มละลาย

ในทางกฎหมายสามารถดำเนินคดีได้ 3 ส่วนพร้อมๆ กัน คือ 1.คดีอาญา ข้อหาฉ้อโกงประชาชน และการกระทำผิดตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน 2.คดีฟอกเงิน เพราะตามแผนประทุษกรรม คนร้ายจะถอนเงินสดไปซื้อทรัพย์สิน และ 3.คดีล้มละลาย

อย่างไรก็ดี ในส่วนที่ 3 นี้เจ้าหน้าที่มักไม่ค่อยทำกัน ทั้งๆ ที่สามารถส่งเรื่องให้กระทรวงการคลังดำเนินการได้ทันที และใช้เวลาพิจารณาไม่นาน โดยส่วนนี้จะสามารถนำทรัพย์สินไปขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาเฉลี่ยคืนให้ผู้เสียหายได้

"ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนรูปแบบใด หากมีการเสนอผลตอบแทนสูง ในระยะสั้น และเน้นหาสมาชิกให้มากๆ ก็ให้หยุดคิด หรือยับยั้งการลงทุนทันที อย่าไปยุ่งเลย เพราะการหาสมาชิกอาจทำให้มิตรเป็นศัตรู ญาติพี่น้องขัดแย้งกันเอง และอย่าโลภ เพราะโลภเมื่อไรเป็นเหยื่อเมื่อนั้น" พ.อ.ปิยะวัฒก์ กล่าว

เปลี่ยนตัวสินค้าให้เข้ากระแสนิยม

แม้ว่ารูปแบบและวิธีการของแก๊งแชร์ลูกโซ่จะไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก แต่หากทบทวนพฤติการณ์การก่อเหตุของคนร้ายประเภทนี้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พบว่ามีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนหรือตัวสินค้าที่กำลังได้รับความนิยมในแต่ละยุคสมัย

แหล่งข่าวจากส่วนป้องปรามเงินนอกระบบ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่มีหน้าที่ป้องกันและปราบปรามแชร์ลูกโซ่ เปิดเผยว่า ภาพรวมปัญหาแชร์ลูกโซ่ในสังคมไทยมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากแชร์ลูกโซ่แฝงไปกับธุรกิจต่างๆ มากกว่าในอดีต จนทำให้มีคดีความมากขึ้น เมื่อพิจารณาถึงลักษณะวิธีการหลอกลวงแล้วก็มีหลากหลายรูปแบบ และมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น

ทั้งนี้ จากเดิมแชร์ลูกโซ่มักแฝงไปกับสินค้าพื้นเมืองแต่ละภาค เช่น ข้าวสาร ยางพารา ล็อตเตอรี่ คือเอาสินค้าบังหน้า และใช้แผนการตลาดหลากหลาย แต่แก่นแท้ก็คือการหมุนเวียนเงิน

"จริงๆ แล้วแชร์ลูกโซ่มาได้ทุกช่องทาง ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ แต่ขึ้นอยู่กับกระแสความนิยมและกลุ่มเป้าหมายในช่วงนั้นๆ เช่น สินค้าที่กำลังได้รับความนิยม ธุรกิจที่คนสนใจ เหล่ามิจฉาชีพก็จะแฝงแชร์ลูกโซ่ให้แนบเนียนไปกับแผนการตลาด"

เตือนภัย"แชร์ลูกโซ่ออนไลน์"

เขาให้ข้อมูลต่อว่า ช่องทางสำคัญที่แก๊งแชร์ลูกโซ่ใช้เข้าถึงเหยื่อในปัจจุบัน คือ "โลกออนไลน์" ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ หรือเฟซบุ๊ค โดยแฝงมากับสินค้าที่กำลังได้รับความนิยม ซึ่งน่าเป็นห่วงมาก เนื่องจากเป็นช่องทางที่เด็กและเยาวชนเข้าถึงได้ง่าย และหากเป็นเว็บไซต์ที่อยู่ต่างประเทศก็จะยากต่อการดำเนินคดี

แหล่งข่าวรายนี้ เห็นว่า การป้องกันที่ดีที่สุดคือการให้ความรู้ เพราะทุกวันนี้คนยังไม่ค่อยรู้ว่ามีธุรกิจหลอกลวงแฝงอยู่ บริษัทเปิดมาเพื่อทำกิจการอะไรหรือเปิดมาเพื่อหมุนเวียนเงิน หรือแผนการตลาดให้ผลตอบแทนได้จริงหรือไม่

พบ"เติมเงินมือถือ"ส่อเข้าข่าย

ด้าน นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ซึ่งเคยพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานให้ดำเนินคดีบริษัทแห่งหนึ่งที่ดำเนินธุรกิจเติมเงินมือถือออนไลน์เพราะอาจเข้าข่ายเป็นแชร์ลูกโซ่ แต่บริษัทก็ปฏิเสธและมีการต่อสู้คดี

เขาให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันนี้ปัญหาแชร์ลูกโซ่ได้นำเอาเทคโนโลยีทันสมัยมาดัดแปลงและใช้ธุรกิจขายตรงมาบังหน้าหลายชั้น

"ทุกวันนี้ยังมีธุรกิจลักษณะนี้อยู่ไม่ต่ำกว่า 60 บริษัท แต่มีการปรับเปลี่ยนแผนการตลาด ซึ่งการเอาผิดทางกฎหมายไม่ง่าย จึงอยากให้คดีที่ชมรมฯดำเนินการอยู่เป็นโมเดล เป็นบรรทัดฐานทางวิชาการในการต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม"

ลุยตรวจสอบบริษัท"เกมออนไลน์"

ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม บอกด้วยว่า ขณะนี้กำลังตรวจสอบบรรดาบริษัท "เกมออนไลน์" ซึ่งมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ว่าแค่คลิกเล่นเกมแล้วจะมีรายได้ พร้อมเชิญชวนให้หาเครือข่ายสมาชิก เพราะเชื่อว่ามีลักษณะเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่เช่นกัน

อย่างไรก็ดี เขาเห็นว่าอุปสรรคสำคัญในการปราบปรามแก๊งแชร์ลูกโซ่คือ "เจ้าหน้าที่รัฐบางคน" ที่มีผลประโยชน์แอบแฝงกับกลุ่มคนเหล่านี้ ซึ่งได้ทำเรื่องร้องเรียนไปยังผู้บังคับบัญชาระดับสูงของแต่ละหน่วยงานให้สอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว

จากข้อมูลและความคิดเห็นของผู้ที่มีประสบการณ์ในการป้องกันและปราบปรามแชร์ลูกโซ่ดังกล่าว คงให้บทเรียนกับสังคมได้เป็นอย่างดีว่า แม้รูปแบบวิธีการของคนร้ายสลับซับซ้อน แต่ถ้ามีการแจ้งเตือนและให้ความรู้ได้ทันท่วงที ควบคู่ไปการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและโปร่งใส ก็จะช่วยหยุดยั้งความเสียหายจากเล่ห์เหลี่ยมกลโกงของเหล่าอาชญากรการเงินประเภทนี้ไม่ให้ลุกลามไปทำลายระบบเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมได้