"สศค." เผยแบงก์รัฐทำกำไรในช่วง 10 เดือนปีนี้ 2.9 หมื่นล้านบาท ลดลง 10.7% ด้านสินเชื่อยังขยายตัวได้ในระดับ 4%
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง เปิดเผยภาพรวมผลการดำเนินงานของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐในช่วงเดือน ต.ค. พบว่า สินเชื่อของระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจในเดือน ต.ค. มีการขยายตัว 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่หดตัวเล็กน้อย หรือ ลดลง 0.2% จากเดือนก่อนหน้า ส่วนการรับฝากเงินของระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ขยายตัว 8.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่หดตัวลง 0.1%จากเดือนก่อนหน้า
ขณะที่สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ เอ็นพีแอล ปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 2.24 แสนล้านบาท คิดเป็น5.7% ของสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่มีเอ็นพีแอล 2.09 แสนล้านบาท คิดเป็น 5.4% ของสินเชื่อรวม โดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจมีการตั้งสำรองเอ็นพีแอลอยู่ที่ระดับ 146.5% ของเอ็นพีแอล มีสัดส่วนสภาพคล่องต่อการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า หรืออยู่ที่ระดับ 101.8% จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ระดับ101.5 % นอกจากนี้ระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ มีสถานะเงินกองทุนหรือ บีไอเอส เรโช อยู่ที่ระดับ 10.92% ซึ่งเพียงพอต่อการดำเนินงานในระยะต่อไป
ทั้งนี้สินเชื่อของสถาบันการเงินรัฐทั้งระบบ อยู่ที่ 3.88 ล้านล้านบาท มีเงินรับฝาก 3.82 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 2.95 หมื่นล้านบาท ลดลง 10.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2557 สศค.ระบุว่า ระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจมีเสถียรภาพอยู่ในเกณฑ์ที่ดี สินเชื่อรวมขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง คุณภาพสินเชื่ออยู่ในเกณฑ์ที่ดี มีการกันเงินสำรองในระดับที่สูง ผลการดำเนินงานดีต่อเนื่อง สถานะเงินกองทุน หรือ บีไอเอส เพียงพอต่อการดำเนินงานระยะต่อไป
สถาบันการเงินรัฐ มีกำไรสุทธิในช่วงไตรมาส 3 รวม 2.5 หมื่นล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ2.7 หมื่นล้านบาท ความสามารถในการทำกำไรปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย มีอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA)มาอยู่ที่ระดับ 0.7% มีประสิทธิภาพในการดำเนินงานอยู่ที่ระดับ 69% จากไตรมาสก่อนหน้าอยู่ที่ระดับ 68.7%
โดยสินเชื่อโดย ณ สิ้นไตรมาส 3 ขยายตัว 4.2% โดยสินเชื่อธุรกิจขยายตัว 6.7% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่ติดลบ8% สินเชื่อธุรกิจเพิ่มขึ้นในทุกสาขา ยกเว้นสินเชื่อบริการและสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างที่หดตัวลง ขณะที่สินเชื่ออุปโภคบริโภคขยายตัว 5.0 % ซึ่งปรับลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขยายตัว 15.7% เป็นผลมาจากสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งมีการขยายตัวเพียง 0.8% ขณะที่สินเชื่อที่อยู่อาศัยขยายตัวเพิ่มขึ้น มาอยู่ที่ระดับ 9.9%
ด้านคุณภาพสินเชื่อโดยรวม พบว่าเอ็นพีแอลปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่สินเชื่อจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ (SM Loan) ซึ่งมียอดสินเชื่อค้างชำระเกินกว่า 1 เดือน ถึง 3 เดือน ปรับลดลงจากไตรมาสที่แล้ว มาอยู่ที่ระดับ 1.02 แสนล้านบาท จากไตรมาสก่อนหน้าอยู่ที่ระดับ 1.06 แสนล้านบาท มีการกันสำรองในระดับที่สูง หรือ 150.3%









