วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

KTIS: โตสวนทางน้ำตาลโลก

KTIS ยักษ์ใหญ่ของอุตสาหกรรม - ด้วยการครองส่วนแบ่งการตลาดราว 10% มีกำลังการผลิตรวม 88,000 ตันอ้อย/วัน

จุดเด่นคือมีโรงงานน้ำตาลที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยกำลังผลิต 55,000 ตันอ้อย/วัน ทำให้ได้รับการประหยัดจากขนาดอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนผลประกอบการปี 2558-2559 คาดจะมีกำไรสุทธิเติบโต 35% CAGR

แม้ราคาน้ำตาลทรงตัวในระดับต่ำแต่โรงไฟฟ้าชีวมวลที่มีกำลังผลิตเพิ่มขึ้น 166% จากเดิม 60 MW เป็น 160 MW สูงที่สุดในกลุ่มน้ำตาล จะผลักดันสัดส่วนยอดขายธุรกิจผลพลอยได้สู่ระดับ 28% อัตรากำไรขั้นต้นก้าวกระโดดเป็น 32% สูงสุดในกลุ่มและมีการกระจายฐานรายได้ที่หลากหลายที่สุด

ผลประกอบการผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้วใน 3Q57 - กำไรสุทธิใน 3Q57 ถือเป็นจุดต่ำสุดของปี คาด 4Q57 จะสามารถส่งมอบน้ำตาลได้ราว 4.2 แสนตัน จาก 3Q57 ที่ส่งมอบได้เพียง 2.7 แสนตัน และการกลับมาของโรงไฟฟ้าหลังจากหยุดซ่อมบำรุงเสร็จสิ้น จะสามารถรับรู้รายได้ได้ราว 1 เดือน ส่วนธุรกิจผลพลอยได้เติบโตทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็น เอทานอล เยื่อกระดาษ และไฟฟ้า ที่ต่างได้รับปัจจัยสนับสนุนจากทั้งในและต่างประเทศ

ขณะที่ปริมาณผลิตที่มากกว่าการบริโภคมายาวนานต่อเนื่องกว่า 4 ปี กดดันราคาน้ำตาลในตลาดโลกให้ลดลงกว่า 50% ตลอดช่วงที่ผ่านมา สำนักวิจัยทิสโก้มองว่าภาวะดังกล่าวกำลังดีขึ้นจากการที่อุปสงค์และอุปทานของน้ำตาลมีแนวโน้มจะขาดดุลในปี 2558-2559 เป็นปีแรกในรอบ 4 ปี จะช่วยให้ราคาน้ำตาลฟื้นตัวได้บ้าง หลังจากที่ซบเซามายาวนาน สำนักวิจัยทิสโก้คาดจะได้เห็นการฟื้นตัวของน้ำตาลในช่วง 2H15

AEC โอกาสเติบโตของน้ำตาลไทยรออยู่แค่เอื้อม - ว่าที่จริงแล้วประเทศไทยนั้นจะได้รับผลประโยชน์อย่างแน่นอนสำหรับการเปิด AEC ที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 เนื่องจากหากพิจารณาแล้วปริมาณบริโภคน้ำตาลในกลุ่มอาเซียน (ไม่รวมไทย) มีอยู่ราว 11.1 ล้านตัน/ปี ขณะที่ปริมาณผลิตมีอยู่เพียง 6.5 ล้านตัน/ปี จึงมีโอกาสให้ไทยได้ส่งออกให้แก่ประเทศเหล่านี้เพิ่มเติมหากอุปสรรคทางการค้าและภาษีต่างๆ หมดไป และหากมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพเนื่องจากปัจจุบันราคาขายปลีกน้ำตาลในประเทศสำนักวิจัยทิสโก้ถือว่าอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มอาเซียน

เริ่มต้นแนะนำ “ซื้อ” ด้วยมูลค่าที่เหมาะสมอยู่ที่ 12.50 บาท - อิงวิธี SOTP (ธุรกิจน้ำตาล PE 12X ธุรกิจผลพลอยได้ DCF) คิดเป็น PE ปี 2015-16 ที่ 17X และ 15X ตามลำดับ ด้วยปัจจัยบวกทั้งหลายข้างต้นจะส่งผลดีต่อธุรกิจ แต่ระยะสั้นได้รับแรงกดดันจากสภาวะตลาดและราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงมาก จำกัดการฟื้นตัวของราคาน้ำตาลเอาไว้ ทำให้ราคาปรับลดลงจนเปิด Upside ราว 10% พร้อม Yield ราว 3% ต่อปี เป็นจังหวะที่ดีในการเข้าลงทุน โอกาส : เข้าสู่ AEC, ปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อุปสรรค : ราคาน้ำตาลตกต่ำต่อเนื่อง,ปริมาณอ้อยลดลงจากสภาพอากาศ