ความตื่นตระหนกจบลงแล้วในไตรมาสที่ 4/57 ได้เวลามองไปข้างหน้า
หลังจากราคาหุ้น PTTEP ได้ปรับตัวลดลงมาเมื่อไม่นานมานี้ เราได้ทำการทบทวนทั้งในส่วนของผลกระทบราคาน้ำมันดิบต่อกำไร และคำ แนะนำ "ซื้อ" นอกจากนี้ ด้วยการที่ PTTEP เป็นหุ้นที่มีราคาแย่ที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ในภูมิภาคเอเชียในช่วงเดือนที่ผ่านมา เรามองว่าความกลัวที่ เกี่ยวข้องกับประเด็นการด้อยค่าสินทรัพย์ได้ส่งผลให้หุ้นของ PTTEP ถูกเทขายมากเกินไป (oversold) ดังนั้นเรายังคงคำแนะนำ "ซื้อ"
เผชิญกับความยุ่งเหยิงในไตรมาสที่ 4/57 เมื่ออิงสมมติฐานราคาน้ำมันดิบที่ยังอยู่ในกรอบ เราคาดว่า PTTEP จะประกาศการด้อยค่า สินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับโครงการแคนาดา ออยล์ แซนด์และมอนทาราในประเทศออสเตรเลีย ทั้งนี้ยังไม่มีการชี้แนะข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าการ ด้อยสินทรัพย์ โดยเรามีสมมติฐานการด้อยค่าสินทรัพย์เป็นมูลค่า 270 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 6% ของมูลค่าทรัพย์สินนั้น แต่เนื่องจาก PTTEP ได้ทำสัญญาป้องกันความเสี่ยง (hedged) ในสัดส่วน 70% ของปริมาณยอดขายน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวของบริษัทในไตรมาสที่ 4/57 ที่ระดับราคาประมาณ 90 ดอลลาร์/บาร์เรล กำไรส่วนนี้จะช่วยชดเชยผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ดังกล่าวได้ นอกจากนี้ แม้ว่า จะมีความกังวลในเรื่องต้นทุนที่สูงในการเข้าซื้อสินทรัพย์ต่างประเทศ แต่เราเน้นย้ำว่ารายการด้อยค่าสินทรัพย์เป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด และ อาจจะมีการบันทึกกลับได้ ซึ่งเป็นการมอง "ภาพย้อนหลัง"
แต่จะมีความน่าสนใจมากขึ้นในปี 2558 เราได้ทำวิเคราะห์ความอ่อนไหวของกำไรต่อราคาน้ำมันเพื่อประเมินว่าตลาดได้ "สะท้อน" ปัจจัยอะไร ไปบ้างแล้ว โดยประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ปี 2558 ของ Bloomberg consensus สำหรับ PTTEP ได้ปรับลดลงเหลือ 14.00 บาท/หุ้น เทียบกับประมาณการของเราที่ 14.60 บาท/หุ้น ที่สมมติฐานราคาน้ำมันดิบเบรนท์ของเราที่ 74 ดอลลาร์/บาร์เรล นอกจากนี้ ณ ระดับราคาที่ 117 บาท/หุ้น และสมมติฐาน PER จากการดำเนินงานปกติสำหรับปี 2588 ที่ 10-11 เท่า ก็จะทำให้ราคาหุ้นของ PTTEP มีสมมติฐาน EPS ปี 2558 ที่ 10.6-11.7 บาท/หุ้น ทั้งนี้ หากใช้ PER ปกติ ราคาหุ้นของ PTTEP ได้สะท้อนระดับราคาน้ำมันที่ 65-70 ดอลลาร์/บาร์เรล แล้ว
ยังคงเป็นหุ้น defensive ในปี 2558 กำไรปี 2558 ของ PTTEP น่าจะมีความผันผวนไม่มาก เนื่องจาก 3 ปัจจัย โดยปัจจัยแรก คือ จากอัตรา ส่วนก๊าซธรรมชาติและน้ำมันของ PTTEP ที่ 70:30 ราคาก๊าซของ PTTEP มีการปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมัน โดยมีการปรับตัวส่วนใหญ่ ในเดือนต.ค. และเม.ย. ทำให้กำไรในส่วนของก๊าซธรรมชาติ มี "ความผันผวน" น้อยกว่าน้ำมันดิบ สำหรับปัจจัยที่ 2 คือการเติบโตของปริมาณ การขายในปี 2558 ของ PTTEP ซึ่งภายในกรณีที่ดีที่สุดก็อาจจะแตะระดับ 15% YoY โดยการเติบโตดังกล่าว จะเปรียบเสมือนกันชนต่อผล กระทบของราคาน้ำมันที่ลดลง และปัจจัยสุดท้ายคือ ยอดขายประมาณ 13% จากโครงการซอติก้า จะมีการปรับราคาขึ้นประมาณ +25% หลังจากถูกคิดลดมาตลอดช่วงครึ่งหลังของปี 2557
จับตามองตัวเลขชี้แนะสำหรับค่าใช้จ่ายการลงทุน (CAPEX) ในวันที่ 22 ธ.ค.2557 PTTEP จะรายงานข้อมูลค่าใช้จ่ายราย 5 ปีของบริษัท โดย เมื่ออิงจากตัวเลขชี้แนะก่อนหน้านี้ คาดว่าราคาน้ำมันที่ลดลงจะส่งผลให้ 10% (OPEX)
Earnings and target price revision : ไม่เปลี่ยนแปลง
ราคาเป้าหมาย 12 เดือน : 154 บาท อิงวิธี PER
ปัจจัยสำคัญ : ตัวเลข CAPEX, ผลประกอบการไตรมาสที่ 4 พร้อมกับปริมาณสำรอง, การพัฒนาแหล่ง M3 และข้อตกลงการควบรวม กิจการที่อาจจะเกิดขึ้น
มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ของเราที่มีการคิดลดมูลค่าโครงการของ PTTEP เป็นรายแหล่งนั้นมีการใช้ตัวเลขมาตรฐานของอุตสาหกรรมที่ 10% (ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ระยะยาวที่ 95 ดอลลาร์/บาร์เรล) ซึ่งสนับสนุนระดับมูลค่าที่ใกล้เคียงกับ 180 บาท/หุ้น อย่างไรก็ตาม จนกว่าจะ มีความมั่นใจว่าราคาน้ำมันดิบจะพลิกฟื้นกลับมา เราก็คาดว่า PTTEP จะซื้อขายกันด้วยปัจจัยกำไรที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต คงคำแนะนำ "ซื้อ"









