การลงทุนจากต่างประเทศปีนี้...มีโอกาสดีกว่าคาด
ยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนช่วง 11 เดือน สูงเกือบ 8 แสนล้านบาท
BOI รายงานยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนงวด 11M57 พบว่ามีมูลค่าสะสม 7.66 แสนล้านบาท เฉพาะในเดือน พ.ย. เติบโต 121% MoM เป็น 1.2 แสนล้านบาท จากความชัดเจนทางการเมืองที่ส่งผลต่อความมั่นใจของนักลงทุน โดย กลุ่มอิเลคทรอนิคส์ กลุ่มเคมีภัณฑ์ พลาสติก และ กระดาษ มีอัตราการเติบโตแข็งแกร่งที่สุด บาท โดยเราคาดยอดของรับการส่งเสริมการลงทุนในเดือน ธ.ค. จะเติบโตใกล้เคียงกับเดือน พ.ย. ทำให้ตัวเลขขอรับการส่งเสริมการลงทุนของปี 2557 อาจจะดีกว่าที่ BOI คาดไว้ในกรอบ 7 - 8 แสนล้าน ส่วนในปี 2558 เราเชื่อว่ายอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนจะเติบโตมากกว่า 10% หรือประมาณ 9 แสนถึง 1 ล้านล้านบาท
ยอดอนุมัติการลงทุนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
BOI รายงานมูลค่าการลงทุนที่ได้รับการอนุมัติในเดือน พ.ย. จำนวน 1.09 แสนล้านบาท เติบโต 11% MoM จากแผนการผลักดันโครงการที่อยู่ระหว่างการขออนุมัติที่ชะลอไปในช่วง 1H57 และเริ่มเห็นตัวเลขที่เข้าสู่ภาวะปกติราว 8 – 9 หมื่นล้านบาทต่อเดือนได้ เราคาดว่ายอดอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนจะอยู่ในระดับใกล้เคียงหรือสมดุลกับยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนในปี 2558 ได้ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการพัฒนาธุรกิจหรืออุตสาหกรรมให้เติบโตชัดเจนมากขึ้น รวมถึงเห็นการฟื้นตัวของยอดขายที่ดินในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น
ระยะสั้น AMATA เด่นจากรายได้
เราคาดผลประกอบการใน 4Q57 ของกลุ่ม AMATA จะมีความน่าสนใจเด่นจากกลุ่ม จากการบันทึกรายได้การขายที่ดินใน 3Q57 ที่จะทำได้ดีจากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินราว 400 ไร่ ส่งผลให้ AMATA จะมีการบันทึกรายได้และมีกำไรจากการดำเนินงานของธุรกิจปกติที่สูงกว่ากลุ่มเมื่อเทียบกับ HEMRAJ และ ROJNA เราคาดว่าผลประกอบการปกติโดยรวมจะอ่อนตัวลง เนื่องจากรายได้จากการขายที่ดินมีไม่มากนักเนื่องจากงานในมือที่ลดลงเนื่องจากผลกระทบจากยอดขายที่ชะลอตัวลงจากประเด็นการเมืองในช่วง 1H57
คงน้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด”
เราคาดว่าในปี 2558 แนวโน้มกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม จะเริ่มฟื้นตัวขึ้นหลังการเมืองเสถียรภาพและนโยบายการพัฒนาประเทศของรัฐบาลเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น สร้างความมั่นใจต่อนักลงทุนที่พร้อมในการเข้าลงทุนเพิ่มและลงทุนต่อเนื่อง จากฐานการผลิตกลุ่มยานยนต์ที่มีผู้ประกอบการระดับโลกทีมีฐานการผลิตในประเทศเช่น TOYOTA HONDA SUZUKI FORD กลุ่ม GM รวมถึงกลุ่มอาหารและกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น โดยมีหุ้นแนะนำคือ AMATA จากงานในมือที่สูงกว่ากลุ่ม 4.6 พันล้านบาทรอบันทึกรายได้ต่อเนื่อง และ 4Q57 จะมีผลประกอบการที่โดดเด่นกว่ากลุ่ม และ HEMRAJ จากผลประกอบการที่มีได้รับประโยชน์จากGHECO-ONE ที่ให้ผลกำไรต่อเนื่องรวมถึงโอกาสฟื้นตัวของยอดขายที่ดินที่มีโอกาสดีจากกลุ่มลูกค้าในพื้นที่มีกลุ่มผู้ประกอบการยานยนต์รายใหญ่หลายรายทั้ง GM FORD และ SUZUKI






